IPB

ยินดีต้อนรับ ( เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก )

2 หน้า V   1 2 >  
Reply to this topicStart new topic
เซ็นเซอร์ต่างๆ ที่ควรรู้ (Engine Sensors OBD-II)
DaVinci
โพสต์ Sep 22 2008, 04:19 PM
โพสต์ #1


Guru
ภาพประจำกลุ่ม

กลุ่ม : Citroen Club Member
โพสต์ : 678
เป็นสมาชิกเมื่อ : 27-April 08
จาก : เพชรเกษม ร้อยหก กทม. / หางดง ชม.
หมายเลขสมาชิก : 1,139



wink.gif หลายท่านที่มีและใช้ Citroen และกิ๊ก รุ่นตั้งแตปี 96 เป็นต้นมา ซึ่งเป็นเครื่องยนต์รุ่นใหม่ ที่ใช้ ECU และ Sensors ในการบริหารจัดการเครื่องยนต์ (Engine Management) ซึ่งเป็น ระบบ OBD-II อาจจะต้องการทราบว่า Sensors แต่ละตัวมีหน้าที่อะไร มีไว้เพื่ออะไร ก็ลองอ่านดู ครับ เอาไว้ช่วยวิเคราะห์ หาสาเหตุ เวลาเครื่องยนต์มีปัญหา เป็นแบบอย่างย่อนะ ครับ ส่วนว่า มันอยู่ตรงใหน หน้าตาเป็นอย่างไร ก็ให้สมาชิกผู้รู้ในแต่ละรุ่น มาตอบกันเป็น คราวๆ ไป ก็แล้วกัน

ข้อมูลมาจาก e-mail ที่ส่งมาให้ผม เพื่อใช้ปูพื้นฐานในการใช้ OBDII Scanner เลย นำมาเล่าสูกัน ฟัง ครับ

rolleyes.gif Oxygen Sensors หรือ ตัววัดปริมาณอ็อกซิเจนในท่อไอเสีย เป็นตัวกำเนิดไฟฟ้า ที่ป้อนข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับอัตราผสมระหว่างอากาศกับน้ำมันเชื้อเพลิง ให้กับ ECU หรือ PCM (Power-train Control Module) เพื่อทำการปรับแต่งส่วนผสมอากาศกับน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เครื่องยนต์ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงได้อย่างเหมาะสม และเกิดมลพิษในระดับต่ำสุด เช่น ถ้ามี O2 เหลือในท่อไอเสียมากก็แสดงว่ามีอัตราการผสมบางไป ECU ก็จะทำการปรับแต่งการจ่ายน้ำมันให้พอดี เป็นต้น

Oxygen Sensors ที่เสื่อมสภาพ จะทำให้มีการจ่ายน้ำมันฯ ในอัตราส่วนผสมที่เข้ม (rich) ทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันและเพิ่มมลพิษ

Oxygen Sensors จะหมดสภาพได้ตามอายุการใช้งาน หรือ อาจมีการเปรอะเปื้อน และออกอาการแผ่ว หากเครื่องยนต์หลวมมีน้ำมันเครื่องเผาไหม้ผสมออกมา หรือมีน้ำจากระบบหล่อเย็นรั่วออกมา (จากปะเก็นฝาสูบ) ผ่านท่อไอเสีย

รถยนต์ที่เป็นระบบ OBDII ส่วนมาก มี Oxygen Sensors หลายตัว อย่างที่เราเห็นอยู่ที่ท่อร่วมไอเสียแต่ละท่อ (เครื่อง V6 จะเห็นว่ามี 2 ตัว) และจะเห็นได้ที่ส่วนล่างถัดจาก หม้อ catalytic converter ไปอีก 1 ตัว ซึ่งใช้เพื่อควบคุมประสิทธิภาพในการทำงานของหม้อกำจัดมลพิษดังกล่าว

แม้ว่าโดยทั่วไปจะไม่มีการกำหนดไว้ว่าควรจะเปลี่ยน Oxygen Sensors เมื่อใด ตามระยะเวลา หรือ ระยะการใช้งาน แต่เราก็สามารถเปลี่ยนเพื่อให้มันเหมือนใหม่ได้ สำหรับ Oxygen Sensors ในเครื่องยนต์ที่เป็นระบบ OBDII เรากะกันเอาว่าอายุการใช้งานของมันคงได้ อยู่ที่ประมาณ 160,000 กม. หรือบางครั้งอาจจะมากกว่า

rolleyes.gif Coolant Sensor มีหน้าที่วัดอุณหภูมิ (ในระบบหล่อเย็น) ของเครื่องยนต์ โดย ECU หรือ PCM จะใช้ข้อมูลจาก sensor ตัวนี้ควบควบ การจุดระเบิดในรูปแบบต่างๆ, การควบคุมการจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง และไอเสีย (มลพิษ) ตัวอย่าง เช่น ขณะที่เครื่องยนต์เย็นอยู่ ส่วนผสมก็จะเข้มเพื่อให้เครื่องยนต์ทำงานและมีกำลังขับเคลื่อนตัวรถได้ แต่เมื่ออุณหภูมิของเครื่องยนต์สูงขึ้นได้ระดับหนึ่งแล้ว ECU ก็จะเริ่มใช้ข้อมูลจาก coolant sensor ปรับเปลี่ยนอัตราผสม ให้อยู่ในภาวะการทำงานที่เหมาะสม แบบที่เรียกว่า วงจรปิด หรือ Closed Loop Operation ซึ่งจะทำให้มีระดับไอมลพิษต่ำสุด

rolleyes.gif Throttle Position Sensor (TPS) จะคอยบอก ECU ถึงตำแหน่ง (เปิด-ปิด) ของวาล์วหรือลิ้นปีกผีเสื้อ โดย ECU จะใช้ข้อมูลที่ได้รับ ทำการปรับเปลี่ยนระยะเวลาการจุดระเบิด และอัตราส่วนผสม เมื่อความต้องการกำลังของเครื่องยนต์เปลี่ยนแปลง แต่ในบางกรณีเวลาเร่งเครื่องอาจเกิดปัญหา มีอาการวูบได้ (Flat spot) เหมือนกัน คล้ายกับเวลาปั้มในคาร์บิวเรเตอร์เสีย

rolleyes.gif Airflow Sensor ซึ่งมีอยู่หลายชนิด จะคอยรายงาน ECU ว่าเครื่องยนต์ใช้หรือดูดอากาศเข้าไปเท่าใด ขณะรถกำลังเดินเครื่องอยู่ ECU ก็จะทำการปรับเปลี่ยนอัตราส่วนผสมให้เหมาะสม เป็นไปตามสภาพที่เครื่องยนต์ต้องการในขณะนั้น Sensor ชนิดนี้ มีทั้งที่เป็นแบบ hot wire mass airflow sensors และแบบเก่าที่เรียกว่า flap-style vane airflow sensors ทั้งหมดมีราคาแพงพอสมควรถ้าต้องการเปลี่ยนใหม่ (ใน Citroen ใช้ Air Temperature Sensor ทำหน้าที่วัดปริมาณอากาศแทน บนหลักที่ว่า มวลหรือความหนาแน่นของอากาศมีค่าผกผันต่ออุณหภูมิ)

rolleyes.gif Crankshaft position sensor ทำหน้าที่ 2 อย่าง คือ อันแรกมันจะคอยวัดรอบการหมุนของข้อเหวิ่ยง และช่วยให้ ECU ทราบตำแหน่งข้อเหวี่ยง เพื่อว่าจะได้ตั้งระยะไฟจุดระเบิด (Ignition timming) ระยะการจ่ายเชื้อเพลิงของหัวฉีด (Injection timing) ได้อย่างถูกจังหวะ หน้าที่อันที่ สอง คือ ECU จะใช้ข้อมูลจากเครื่องวัดอันนี้ในการกำหนดรอบเดินเบาที่เหมาะสม โดยการส่งสัญญาณคำสั่งไปยัง Idle speed control motor และในเครื่องยนต์บางชนิด จะมีการติดตั้ง crankshaft position sensor เพิ่มขึ้น เพื่อใช้วัดตำแหน่งของข้อเหวี่ยงราวลิ้น (Camshaft) และส่งข้อมูลให้กับ ECU เพื่อใช้ในการปรับแต่งระยะเวลาการเปิด-ปิดของวาล์ว ไอดี ไอเสีย อีกด้วย (ระบบที่เรียกว่า Variable Valve Timing หรือ VVT)

rolleyes.gif Manifold absolute pressure (MAF) sensor เป็นตัววัดค่าแรงดูดอากาศในท่อไอดี ซึ่งเป็นค่าที่ ECU ใช้สำหรับการกำหนดความต้องการกำลังของเครื่องยนต์ ดังนั้นจึงเกี่ยวข้องกับการจุดระเบิด (ไฟอ่อน-แก่) รวมถึงเวลาและปริมาณการจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วย เพื่อให้สอดคล้องกับมวลอากาศที่มีอยู่ในขณะนั้น (ตอบสนองความต้องการได้รวดเร็ว)

rolleyes.gif Knock sensors หรือ Pinking Sensor ใช้วัดแรงสั่นสะเทือน (Vibration) ที่เกิดจากการระเบิดภายในลูกสูบ เพื่อใช้ในการปรับแต่งไฟจุดระเบิดให้เหมาะกับกำลังที่ต้องการของเครื่องยนต์ เมื่อมีการเข็ก (Knock) ของเครื่องยนต์ ไม่ว่าด้วยสาเหตุใด ECU ก็จะปรับให้จ่ายไฟช้า (อ่อน) ลง

rolleyes.gif EGR position sensor เป็นตัววัดค่าและบอกกับ ECU ว่า วาล์ว ของท่อไหลกลับไอเสีย (exhaust gas recirculation -EGR) เปิดหรือไม่ มากเท่าไร ทั้งนี้เพื่อช่วยให้ ECU สามารถตรวจพบปัญหาในระบบ EGR

rolleyes.gif Vehicle speed sensor (VSS) จะเป็นตัวบอกให้ ECU รู้ว่า รถมีความเร็วเท่าไรเพื่อที่จะได้ใช้ไปกำหนดการทำงานในส่วนอื่นของเครื่องยนต์ เช่น torque converter lockup ในเกียร์ นอกจากนั้นสัญญาณยังถูกนำไปใช้ กับระบบอื่นๆ อีก รวมทั้ง ระบบกันล้อตาย หรือที่เรียกว่า Anti-Brake Lock System (ABS) สำหรับใน Citroen ที่ระบบช่วงล่างเป็น Hydractive สัญญาณจาก Speed Sensor ยังถูกนำไปใช้โดย ECU Hydractive ด้วย เพื่อปรับให้ระบบช่วงล่างทำงาน ได้เหมาะตามสภาพในขณะนั้นๆ

เห็นใหม ครับว่า แต่ละตัวมีความสัมพันธ์กัน และมีความสลับซับซ้อนอย่างไร และยังแสดงให้เห็นถึง ปัจจัยอะไรบ้างที่เข้ามาเกี่ยวข้องต่อการทำงานของเครื่องยนต์รุ่นใหม่ๆ ดังนั้น เมื่อ Sensor ตัวใด ตัวหนึ่งบกพร่อง จึงเป็นเรื่องไม่ง่ายเลยที่จะค้นพบว่าเป็นที่ตัวใหน ตัวเดียว หรือ หลายตัวพร้อมกัน การวิเคราะห์หาสาเหตุของปัญหาบางครั้งจึงต้องอาศัยผู้ชำนาญการ ที่มีประสบการณ์ หรือต้องมีเครื่องมือพิเศษ อย่างเช่น OBD-II Device ช่วย

ส่วนตัวผม เห็นได้ว่า ระบบไฟฟ้า ถือเป็นเงื่อนไขที่สำคัญมากสำหรับการทำงานที่สมบูรณ์ ในรถยนต์ประเภทนี้ ครับ

ที่มา: Mike Fahrion, www.autotap.com, Copyright 2006 B&B Electronics.


--------------------
I Love No One But You
Go to the top of the page
 
+Quote Post
tan
โพสต์ Sep 22 2008, 06:31 PM
โพสต์ #2


Member
ภาพประจำกลุ่ม

กลุ่ม : Webboard Members
โพสต์ : 94
เป็นสมาชิกเมื่อ : 15-March 08
หมายเลขสมาชิก : 786



แล้วรุ่นปี xantia 94 เป็นอย่างไรบ้างครับพี่
Go to the top of the page
 
+Quote Post
DaVinci
โพสต์ Sep 22 2008, 07:24 PM
โพสต์ #3


Guru
ภาพประจำกลุ่ม

กลุ่ม : Citroen Club Member
โพสต์ : 678
เป็นสมาชิกเมื่อ : 27-April 08
จาก : เพชรเกษม ร้อยหก กทม. / หางดง ชม.
หมายเลขสมาชิก : 1,139



ตามที่เข้าใจ Xantia ไม่มี EGR position sensor นอกนั้นมีหมด ครับ


--------------------
I Love No One But You
Go to the top of the page
 
+Quote Post
ลุงหมี
โพสต์ Sep 22 2008, 07:57 PM
โพสต์ #4


Guru
ภาพประจำกลุ่ม

กลุ่ม : Admin
โพสต์ : 1,598
เป็นสมาชิกเมื่อ : 26-September 07
จาก : หนองจอก กทม
หมายเลขสมาชิก : 4



ได้ข้อมูลดีมากครับ cool.gif


--------------------
"อตฺตานํ อุปฺมํ กเร" แปลว่า "พึงเอาใจเขา มาใส่ใจเรา"
Go to the top of the page
 
+Quote Post
tan
โพสต์ Sep 22 2008, 11:05 PM
โพสต์ #5


Member
ภาพประจำกลุ่ม

กลุ่ม : Webboard Members
โพสต์ : 94
เป็นสมาชิกเมื่อ : 15-March 08
หมายเลขสมาชิก : 786



เป็นข้อมูลที่น่ารับรู้ และเป็นประโยชน์อย่างมากครับ
Go to the top of the page
 
+Quote Post
counter
โพสต์ Sep 22 2008, 11:29 PM
โพสต์ #6


Guru
ภาพประจำกลุ่ม

กลุ่ม : Webboard Members
โพสต์ : 288
เป็นสมาชิกเมื่อ : 27-May 08
หมายเลขสมาชิก : 1,429



ว่าแต่ เซ็นเซอร์ต่างๆ ที่ไม่ควรรู้ มีไหมพี่ ผมล้อเล่นนะครับ อืม่หัวเกียร์รุ่นของพี่ผมเก็บไว้ให้แล้วนะพี่มาเอาได้เลยครับ เกือบลืมไปกล่องที่ให้ผมมาใช้การได้ดีครับขอบคุณครับผม
Go to the top of the page
 
+Quote Post
AIMUP
โพสต์ Sep 22 2008, 11:47 PM
โพสต์ #7


Junior Member
ภาพประจำกลุ่ม

กลุ่ม : Citroen Club Member
โพสต์ : 37
เป็นสมาชิกเมื่อ : 30-January 08
จาก : จังหวัดตาก
หมายเลขสมาชิก : 635



พี่ DaVinci แบบไม่เซ็นเซอร์มีหรือเปล่า (ล้อเล่นแต่ได้ก็ดีครับ) make_up.gif
Go to the top of the page
 
+Quote Post
DaVinci
โพสต์ Sep 23 2008, 12:51 AM
โพสต์ #8


Guru
ภาพประจำกลุ่ม

กลุ่ม : Citroen Club Member
โพสต์ : 678
เป็นสมาชิกเมื่อ : 27-April 08
จาก : เพชรเกษม ร้อยหก กทม. / หางดง ชม.
หมายเลขสมาชิก : 1,139



มีอยู่เหมือนกัน ครับ แต่ไม่กล้าให้ เดี๋ยวเสียรูปคดีหมด..... ล้อเล่นไม่เป็นไร อย่าให้ล้อหลุดก็แล้วกัน ถ้าผมเก็บได้ รับรองต้องเสียค่าไถ่ อย่างน้อยก็ต้องว่ากันเป็น โหล นะจะบอกให้....กว่าจะเลิกลา


--------------------
I Love No One But You
Go to the top of the page
 
+Quote Post
anake0k
โพสต์ Sep 23 2008, 02:04 PM
โพสต์ #9


Junior Member
ภาพประจำกลุ่ม

กลุ่ม : Webboard Members
โพสต์ : 26
เป็นสมาชิกเมื่อ : 8-February 08
หมายเลขสมาชิก : 658



ผมลองค้นดูในข้อมูลเก่า ๆ ที่เคยทำไว้ ใน Xantia 2.0i Y/95 ทำให้ได้รูปภาพของ Sensor
ณ ที่ต่าง ๆ ดังนี้

1. Oxygen Sensors ( O2 Sensor ) ติดอยู่ที่ท่อไอเสีย



*************************************************

2. Coolant Sensor (CTS )



*************************************************

3. Throttle Position Sensor (TPS) / Air Temperature Sensor (ATS )



*************************************************

4. Crankshaft position sensor ( CAS )



*************************************************

5. Manifold absolute pressure (MAF) sensor ( MAP )



*************************************************

6. Knock sensors ( KS )



*************************************************

7. Vehicle speed sensor (VSS)



*************************************************

rolleyes.gif
Go to the top of the page
 
+Quote Post
AIMUP
โพสต์ Sep 23 2008, 10:09 PM
โพสต์ #10


Junior Member
ภาพประจำกลุ่ม

กลุ่ม : Citroen Club Member
โพสต์ : 37
เป็นสมาชิกเมื่อ : 30-January 08
จาก : จังหวัดตาก
หมายเลขสมาชิก : 635



เป็นกระทู้ที่ให้ความรู้ดีจริงๆครับยิ่งเป็นคนที่อยู่ต่างจังหวัดอย่างผม ซึ่งถ้ารถมีปัญหาสามารถทำเองหรือบอก อู่ที่ซ่อมได้เลย ขอบคุณพี่ DaVinci ที่เปิดกระทู้และนำความรู้เกี่ยวกับเซ็นเซอร์ต่างๆมาแบ่งปัน(ภาคทฤษฎี) ขอบคุณพี่ anake0k ที่นำรูปภาพตำแหน่งติดตั้งเซ็นเซอร์มาประกอบให้ดู(ภาคปฎิบัติ) ขอบคุณท่านพี่ทั้งสองมากๆครับ ข้าน้อยขอคาระวะ cool.gif salute.gif salute.gif
Go to the top of the page
 
+Quote Post
cholathee2000
โพสต์ Sep 23 2008, 10:37 PM
โพสต์ #11


Guru
ภาพประจำกลุ่ม

กลุ่ม : staff
โพสต์ : 3,774
เป็นสมาชิกเมื่อ : 28-September 07
หมายเลขสมาชิก : 28



คุณเอนกเปลี่ยนครบทุก sensor ไปแล้วมั้งนี่ ภาพประกอบ cool.gif ครบครันเหมือนเดิม


--------------------
Go to the top of the page
 
+Quote Post
DaVinci
โพสต์ Sep 24 2008, 01:02 AM
โพสต์ #12


Guru
ภาพประจำกลุ่ม

กลุ่ม : Citroen Club Member
โพสต์ : 678
เป็นสมาชิกเมื่อ : 27-April 08
จาก : เพชรเกษม ร้อยหก กทม. / หางดง ชม.
หมายเลขสมาชิก : 1,139



จากรูปที่ 2 ที่ คุณ anake0k นำมาแสดง จะเห็นได้ชัดว่า Citroen XU10 Engine มี Temperature Sensor 2 ตัว (E กับ F) ที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของเครื่องยนต์ และมี Switch Sensor หรือ Thermostat 1 ตัว (ไอ้ตัว D สีน้ำตาล) ซึ่งจะเกี่ยวข้องเฉพาะการทำงานของพัดลมระบายความร้อนในหม้อน้ำ เพื่อการลดอุณหภูมิของระบบหล่อเย็น ตามที่ถูกกำหนด (ไม่เกี่ยวกับระบบแอร์) เช่นเดียวกับที่ปรากฏใน V6- ES9J4 Engine แต่อยู่ต่างที่กัน

ที่เห็นเรียงกันอยู่แบบนั้น มองเผินๆ นึกว่า สุสาน !!!!

Sensor E (สีเขียว) เป็น Coolant Sensor ที่ส่งข้อมูลความร้อนให้ ECU เพื่อใช้สั่งการทำงานของเครื่องยนต์
ส่วน Sensor F (สีน้ำเงิน) มีหน้าที่ส่งข้อมูลเพื่อให้ Dashboard แสดงระดับอุณหภูมิของน้ำในระบบหล่อเย็น (ที่ทำให้เราต้องคอยชำเลืองตามองดูบ่อยๆ ยิ่งกว่ามอง นาง... ที่นั่งข้างๆ เสียอีก)

ขณะเครื่อง (V6) ติดอยู่ เคยลองดึงปลั้ก Sensor E ออก เครื่องดับเลย ..ขาดเธอฉันก็ขาดใจ..เออดูมัน !!

ก็ดีไปอย่าง แยกกันทำหน้าที่แบบนี้ ผิดพลาดจะได้ไม่โทษกัน แต่ถ้าผมเข้าใจผิดพลาด ก็ช่วยชี้แนะด้วย นะ คร้าบ....


--------------------
I Love No One But You
Go to the top of the page
 
+Quote Post
2 xantia
โพสต์ Sep 30 2008, 09:13 PM
โพสต์ #13





Guests






rolleyes.gif เซ็นเซอร์เหล่านี้เกี่ยวข้องกับอัตราการกินน้ำมันใช่ไหมครับ เพราะมันจะรายงานไปที่กล่องสั่งการทั้งระบบ

เคยคิดจะติดแก๊สหลายครั้งแล้วครับ ปรึกษาช่างประจำแล้วเขาไม่เชียร์เลย บอกว่ารถเราอายุมากแล้ว พวกเซ็นเซอร์หลายตัวต่างๆอาจจะทำงานไม่ค่อยสมบูรณ์แล้ว การไปใช้แก๊สสักระยะหนึ่งเซ็นเซอร์ต่างๆบางตัวอาจจะรวน แล้วเราก็ไม่สามารถรู้ว่าตัวไหนที่รวน เคยเห็นหลายคันติดแล้ววิ่งได้ไม่เหมือนเดิม บางคันต้องมาถอดออกเสียดายรถช้ำไปกับรูที่ต้องเจาะติดแก๊ส

ตอนนี้เลยใช้นโยบายเดิมๆ รักษาของเดิมให้สมบูรณ์ที่สุด ขับแบบค่อยเป็นค่อยไป ปรับปรุงพฤติกรรมการขับรถเพื่อประหยัดน้ำมันที่สุด สมาชิกหลายท่านที่ติดแก๊สแล้วประสบความสำเร็จดีไหมครับ เล่าสู่กันฟังหน่อย

ชาวซีตรองรักเดียวใจเดียว แต่จะรักน้อยลงบ้างเวลาต้องซ่อมอะหลั่ยที่ราคาแพง และเวลาน้ำมันแพง ๆ ๆ
Go to the top of the page
 
+Quote Post
Wichit semathammachak
โพสต์ Oct 20 2008, 02:29 PM
โพสต์ #14





Guests






ขอแจมหน่อย เซนเซอร์ CTS (COOLANT ตัวสีน้ำตาล)ถ้าเสียหรือหลวมจะมีผลกับระบบแอร์นะครับ เคยลองถอดออกไหม--หน้าครัชคคอมแอร์ไม่จับนะจะบอกให้...คือว่าเจอกับตัวเอง 2ครั้ง ตอนติดตั้งแก็สตอนถอดท่ออากาศก่อนเข้ากรองมีสกูรติดยึดอยู่กับsuppression ซึงตอนเราขยับท่ออากาศจะไปเบียดกับปลั๊กเซนเซอร์น้ำสีน้ำตาลทําให้ปลั๊กแตก ซึ่งใช้มานานๆจะกรอบแตกจนหมดสภาพ ถ้าขืนใช้อยู่ปลั๊กหลวมจะทำให้คอมแอร์(หน้าครัช)ติดๆดับๆ
อีกครั้งตอนยกเกียรอาการเดียวกันเสียบปลั๊กแล้วขยับท่ออากาศไปโดนขั้วหลุดคอมไม่ทำเล
ยสวมใหม่คอมถึงยอมทำงาน (ตอนนี้ได้สายไฟหัวตัดมาแล้วกะเปลี่ยนยกชุดจะได้หมดปัญหา)
ถึงคุณ Wallop ที่มีปัญหาแอร์ รถกระเทือนแรงๆแล้วแอร์หาย ลองตรวจ CTS สีน้ำตาลดูว่าหลวมหรือเปล่า...
Go to the top of the page
 
+Quote Post
wybs
โพสต์ Oct 20 2008, 05:50 PM
โพสต์ #15





Guests






มีประโยชน์มากจริงๆครับ
ของผมซีตรองซองเทียร์ ปี 2000 อยากจะต่อเข้าโปรแกรม OBD II แต่หัวแจ็คที่กล่องฟิวส์มันไม่เป็นมาตราฐาน OBD II เลยต่อไม่ได้ครับ ทั้งที่มีโปรแกรมอยู่
Go to the top of the page
 
+Quote Post
aulait
โพสต์ Oct 21 2008, 10:30 AM
โพสต์ #16


Guru
ภาพประจำกลุ่ม

กลุ่ม : Citroen Club Member
โพสต์ : 317
เป็นสมาชิกเมื่อ : 8-July 08
หมายเลขสมาชิก : 1,984



Oxygen sensor ถ้าเสีย หรือทำงานผิดปกติ
จะส่งผลให้ไฟ K โชว์ ใช่มั๊ยครับ rolleyes.gif
Go to the top of the page
 
+Quote Post
DaVinci
โพสต์ Oct 21 2008, 10:55 AM
โพสต์ #17


Guru
ภาพประจำกลุ่ม

กลุ่ม : Citroen Club Member
โพสต์ : 678
เป็นสมาชิกเมื่อ : 27-April 08
จาก : เพชรเกษม ร้อยหก กทม. / หางดง ชม.
หมายเลขสมาชิก : 1,139



ถูกต้อง ครับ กรณีใช้ น้ำมัน, ส่วนถ้าใช้แก็ส อาจจะ show ได้เหมือนกัน แต่ยังไม่เสีย และไม่ต้องกังวล ครับ wink.gif


--------------------
I Love No One But You
Go to the top of the page
 
+Quote Post
DaVinci
โพสต์ Feb 1 2009, 12:38 PM
โพสต์ #18


Guru
ภาพประจำกลุ่ม

กลุ่ม : Citroen Club Member
โพสต์ : 678
เป็นสมาชิกเมื่อ : 27-April 08
จาก : เพชรเกษม ร้อยหก กทม. / หางดง ชม.
หมายเลขสมาชิก : 1,139



Sensor อันใหน สำคัญที่สุด (Which Engine Sensors Are the Most Important?)


Sensor ทุกตัวมีความสำคัญ แต่อยู่ที่ว่าตัวใหนมีอิทธิพลต่อเครื่องยนต์มากกว่า และพี่ท่านเหล่านี้แหละที่เป็นเต้ย

huh.gif Coolant sensor ถือเป็นพี่ใหญ่ เพราะเป็นตัวที่ ECU ต้องอาศัยข้อมูล เพื่อใช้กำกับดูแลการทำงานของอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับเครื่องยนต์อีกมากมาย ซึ่งรวมถึง
• การทำให้น้ำมันเชื้อเพลิงร้อนหรือเย็นก่อนจ่ายเข้าเครื่อง (กระบอกสูบ)
• การผสมอากาศกับเชื้อเพลิงในลักษณะทำงานเป็นปกติ (Closed Loop) หรือ แบบเข้ม (Rich) ที่เป็นแบบวงจรเปิด (Open loop) ซึ่งส่วนใหญ่การทำงานจะเป็นแบบ Closed loop ก็ต่อเมื่อ อุณหภูมิของน้ำสูงถึงระดับที่กำหนดไว้
• การสั่งจ่ายน้ำมัน ตอนสตาร์ทเครื่อง ว่าจะให้เข้มขนาดใหน (ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิในขณะนั้น เช่น หิมะตก ก็จะเข้มมาก)
• การปรับไฟจุดระเบิด อ่อน-แก่ จะถูกจำกัดและจะทำงานเป็นปกติ ก็เมื่ออุณหภูมิเครื่องสูงถึงระดับที่กำหนดเท่านั้น
• รอบเดินเบา มาก หรือ น้อย
• การทำงานของชุดควบคุมแรงบิดในเกียร์ (Transmission torque converter clutch lockup)

Coolant sensor เป็น sensor ที่ถูกออกแบบให้มีค่า ความต้านทานผันแปรผกผันตามอุณหภูมิ โดยค่าความต้านทานจะลดลง 300 Ohm เมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้นทุก 1 องศา F เป็นต้น

ดังที่ว่ามาแล้ว ว่า Coolant sensor เปรียบเสมือนพี่ใหญ่ ดังนั้นถ้า เกิดผิดปกติขึ้น เครื่องยนต์จะไม่สามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์ หรือทำงานแบบวงจรปิด (Closed loop) หรือหยุดทำงาน และจะทำให้สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงและมีมลพิษมากกว่าปกติ


เมื่อมันเสียหน้าที่ไป การควบคุมให้ส่วนผสม เข้ม หรือ บาง ก็จะเสียไปด้วย จึงมีผลโดยตรงต่อการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง และการทำงานของเครื่องยนต์

huh.gif The throttle position sensor (TPS) เป็นตัวรายงานให้ ECU ได้ทราบว่า ปีกผีเสื้อเปิดออกมากน้อยแค่ใหน ในขณะนั้นๆ และมักจะติดตั้งไว้ไกล้กับ ปีกผีเสื้อ โดยอาศัยแกนปีกผีเสื้อเป็นตัวหมุน โดยตัวมันเองจะเป็นเหมือนตัวต้านทานที่มีค่าผันแปรตามมุมที่เปลี่ยนไป บางครั้ง ก็เรียกว่า Potentiometer อาจเปรียบตัวมันเสมือน Mechanical pump ที่บอกว่าขณะนี้มีปริมาณอากาศไหลเข้าไปเท่าไร เพื่อที่ ECU จะได้สั่งจ่ายและกำหนดส่วนผสมฯ ได้ถูกต้องตามปริมาณอากาศที่ผ่านเข้าไป

เมื่อมันเสีย หรือผิดปกติ จะทำให้แรงม้าไม่ตอบสนองต่อคันเร่ง เนื่องจาก ECU ไม่สั่งจ่ายเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นตามที่ต้องการ (จ่ายแบบบาง) ตอนที่ปีกผีเสื้อเปิดกว้างขึ้น ทำให้ อืดอาด ไม่ปราดเปรียว

โดยปกติต้องตั้งค่า หรือ Calibrate ใหม่ทุกครั้ง เมื่อเปลี่ยนอันใหม่ โดยใช้เครื่องมือพิเศษของศูนย์

huh.gif MAP sensor เป็นตัววัดความดันหรือแรงดูดของกากาศภายในท่อไอดี ซึ่งจะเป็นค่าที่บอกถึงความต้องการกำลังเครื่องในขณะนั้นๆ ECU นำข้อมูลที่ได้มากำหนดส่วนผสมฯ และ เวลาจุดการระเบิด (adjusting air/fuel mixture and spark timing)

ในขณะที่ใช้กำลังน้อย แรงดูดมีมาก ECU จะสั่งจ่ายน้ำมันบาง และสั่งไฟจุดระเบิดแก่ เพื่อความประหยัด ในทางกลับกัน เมื่อต้องการกำลังขณะที่เราให้ปีกผีเสื้อเปิดกว้างขึ้น แรงดูดก็จะต่ำลง ECU จะสั่งจ่ายแบบเข้มและสั่งให้ไฟจุดระเบิดช้าลงเพื่อป้องกันการเข็ก

ส่วนประกอบที่เป็น เซอรามิก หรือ ซิลิโคน ที่มีความไวตต่อแรงดันอากาศ และวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่อยู่ภายในตัวมัน (pressure sensitive ceramic or silicon element and electronic circuit in the sensor) ทำให้ มันสามารถส่งข้อมูลการเปลี่ยนแปลงความดันไปยัง ECU ได้

MAP sensor ไม่ได้บอกเฉพาะความดันที่แตกต่างกันระหว่างภายนอก-ภายใน ท่อไอดี แต่จะนำเอาความกดอากาศของบรรยากาศ ณ จุดนั้นๆ มาร่วมคำนวณด้วย จึงทำให้ทราบปริมาณ อากาศ หรือ อ๊อกซิเจนที่มีอยู่ที่แท้จริง

ภาวะที่ผิดปกติของ MAP Sensor จะส่งผลโดยตรงต่อ อัตราส่วนผสมฯ และไฟจุดระเบิด ทำให้เครื่องติดยาก เดินไม่เรียบ ควันดำ ไม่มีแรง มีอากาเข็ก ถ้ามีการรั่วของท่อไอดี หรือ ท่อยางข้อมูลที่ได้ไม่ถูกต้อง จะทำให้มีการจ่ายเชื้อเพลิงเข้ม และไฟจุดระเบิดช้าลง (ไฟอ่อน) เครื่องจะสตาร์ทยาก หรือสตาร์ทไม่ติด

huh.gif Oxygen Sensor โดยชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นตัว ตรวจวัดระดับ O2 หลังการเผาไหม้ โดยจะรายงานข้อมูลไปให้ ECU สั่งจ่ายให้มีส่วนผสมที่สมบูรณ์ หรือสมดุล (Balanced mixture) เป็นอุปกรณ์ที่สามารถสร้างกระแสไฟฟ้าได้ และจะมากน้อยขึ้นอยู่กับปริมาณ O2 ที่เหลือออกมา

ส่วน Sensor อื่นๆ นั้น จะมีผลต่อการปรับแต่งให้การทำงานให้มีความละเอียดยิ่งขึ้น ไม่ส่งผลกระทบต่อการทำงานของเครื่องยนต์ มากเหมือนกับ สหายทั้ง 4 ที่กล่าวมาแล้วข้างต้น

ดังนั้น เมื่อมีปัญหาสงสัย Sensor ก็ให้ดูแลท่านทั้ง 4 ก่อนเป็นอันดับแรก........นะครับ พี่น้อง blink.gif


--------------------
I Love No One But You
Go to the top of the page
 
+Quote Post
wallops
โพสต์ Feb 3 2009, 06:49 PM
โพสต์ #19


Junior Member
ภาพประจำกลุ่ม

กลุ่ม : Webboard Members
โพสต์ : 33
เป็นสมาชิกเมื่อ : 1-February 09
หมายเลขสมาชิก : 6,932



ผมปลั๊กน้ำตาลแตก เวลาเปิดกุลแจพัดลมรอบแรงทำงานตลอด ตอนนี้ได้ปลั๊กใหม่จากหัวตัดมาเปลี่ยนแล้ว คิดว่าตัวสีน้ำตาลคงมีปัญหา เพราะสีฟ้าเปลี่ยนใหม่แล้ว จะลองเปลี่ยนดูอีกตัวครับ
Go to the top of the page
 
+Quote Post
OPS
โพสต์ Feb 3 2009, 10:23 PM
โพสต์ #20


Junior Member
ภาพประจำกลุ่ม

กลุ่ม : Webboard Members
โพสต์ : 21
เป็นสมาชิกเมื่อ : 26-January 09
หมายเลขสมาชิก : 6,745



QUOTE (counter @ Sep 22 2008, 11:29 PM)
ว่าแต่ เซ็นเซอร์ต่างๆ ที่ไม่ควรรู้ มีไหมพี่ ผมล้อเล่นนะครับ อืม่หัวเกียร์รุ่นของพี่ผมเก็บไว้ให้แล้วนะพี่มาเอาได้เลยครับ เกือบลืมไปกล่องที่ให้ผมมาใช้การได้ดีครับขอบคุณครับผม

ผมว่า มีแต่ "เซ็นเซอร์ที่มันเสีย แล้วไม่อยากรับรู้" นะครับ

เคยทำอู่บีเอ็มอยู่ จับ obd ดูเจอเซ็นเซอร์พวกนี้เสียทีไร ลูกค้าจะบ่นว่า ไม่จริ๊งงงง ไม่เอา มันยังวิ่งดีอยู่ มันไม่เสีย รับไม่ด๊ายยยยยย happy.gif


--------------------
Damn fun to drive my Citroen .

Go to the top of the page
 
+Quote Post

2 หน้า V   1 2 >
Reply to this topicStart new topic
มี 1 คน กำลังอ่านหัวข้อนี้ (บุลคลทั่วไป 1 คน และ 0 สมาชิกที่ไม่เปิดเผยตัว)
สมาชิก 0 คน คือ :

 



ไม่มีภาพประกอบ IPB Thai v1.236.Fx1: 20th April 2014 - 10:10 AM