
เนื่องจากผมใช้รถอยู่ดี ๆเจ้าตัว Blower Motor หรือพัดลมแอร์ก็มาหยุดทำงานเอาดื้อ ๆ ต้องยอมทนใช้รถแบบที่ไม่มีแอร์ครับ...กลับถึงบ้านก็หาข้อมูลจากเว็บฯ และหนังสือคู่มือ ที่มีอยู่รวมทั้งจากประสบการณ์ของพี่ ๆ ในชมรมฯ ที่เคยเจอมาก่อนจนได้แนวทางในการ แก้ปัญหาจากนั้นลงมือรื้อดูในระบบแอร์ในรถ...ก็พบว่าได้มีการดัดแปลงแก้ใขระบบแอร์ ในรถไปจากเดิมคือ
1. มีการต่อสายตรงไฟบวกจากแบตเตอรี่ มาเข้าที่ "สวิตช์ปรับระดับความเร็ว" :: เทียบกับระบบเดิม-ต้องรับไฟบวกผ่าน สวิตช์กุญแจ และผ่านฟิวส์ 30A ก่อน...ทำให้ ในรถผมสามารถเปิด-ปิด "ตัวมอเตอร์" พัดลมแอร์ได้เลยโดยตรง
2. หลังจากที่ผ่าน "สวิตช์ปรับระดับความเร็ว" ก็จะต่อตรงเข้าที่ "ตัวมอเตอร์" โดยไม่ผ่าน "ชุดควบคุม" เทียบกับระบบเดิม-ต้องต่อไฟบวกเข้า "ชุดควบคุม" ก่อน แต่การแปลงระบบลักษณะนี้ก็ดีไปอีกแบบ สวิตช์กุญแจ จะได้อยู่คู่รถผมไปนาน ๆ เพราะ ไม่ต้องรับภาระหนักจาก "ตัวมอเตอร์" แต่คงต้องปรับปรุงวิธีการให้ดีกว่านี้ค่อยมาว่ากันอีกที
จากการตรวจสอบโดยละเอียดก็พบว่า การต่อสายไปในระบบใช้วิธีการปอกฉนวน แล้วก็ ใช้มือบิดให้เป็นเกลียวพันสายไฟ 2 เส้นเข้าด้วยกันและก็พันด้วยแทปพันสายไฟเท่านั้น ไม่ได้มีการบัดกรีด้วยตะกั่วหรือใส่คอนเน็คเตอร์ ( Connector ) แต่อย่างใด
ผมพอจะประเมิน ได้ว่า แรก ๆ ก็ยังใช้งานได้อยู่ เพราะผิวของสายไฟที่เป็นทองแดงยังไม่เกิดอ็อกไซด์ ทำให้กระแสไฟ ยังมีการไหลผ่านจุดเชื่อมต่อได้ดีอยู่แต่หลังจากมีการใช้งานไปได้ระยะหนึ่ง ผ่านร้อน ผ่านชื้น ในรถและก็คราบไขมันจากมือของช่าง ก็จะส่งผมให้เกิดคราบอ็อกไซด์ (สนิม) ขึ้นที่บริเวณผิวของตัวนำหรือสายไฟ ส่งผลให้เกิดเป็นตัวต้านทาน ขึ้นที่รอยต่อของสายไฟทั้ง 2 เส้น และเมื่อมีการเปิดให้ มอเตอร์ทำงานซึ่งใช้กระแสไฟที่สูง ก็จะทำ ให้เกิดความร้อนสูงขึ้นที่รอยต่อสายไฟ
อย่างในรถผม ฉนวนมันละลาย ไปแล้ว ยังดีที่ไม่มีการ"ช็อต" กันระหว่างไฟบวกกับไฟลบ...ใหน ๆ ก็รือสายไฟแล้ว ก็เลยพาลรื้อ "ตัวมอเตอร์" พัดลมออกมาด้วย ตรวจสอบดูแล้ว ยังใช้งานได้อยู่แต่แปรงถ่าน ใกล้จะหมดแล้ว และ "ซี่คอมมิวแตเตอร์" ที่อยู่บนแกน "อาร์มาเจอร์" มันสึกลงไปประมาณเกือบ 1.5 มม. ใกล้จะหมดแล้วเช่นกัน
ค่าใช้จ่าย ในการ Overhaul
1.ค่าแปรงถ่าน 100 B. ( ร้าน เจริญแสงมอเตอร์ ย่านกล้วยน้ำไท )
2.ค่าปลี่ยน "คอมมิวเตเตอร์" 350 B. ( ร้าน ไพศาลการไฟฟ้า ย่านกล้วยน้ำไท )
3.ค่าอุปกรณ์แปลงระบบ 250 B. ( ร้าน เจริญแสงมอเตอร์ ย่านกล้วยน้ำไท )
4.ค่า Thermal Fuse 25 B. ( ร้าน อะไหล่เครื่องใช้ไฟฟ้า ย่านกล้วยน้ำไท )
ราคาอะไหล่ใหม่ ( เอกชัย ฯ ปี พศ 2548)
- มอเตอร์แอร์ + "ชุดควบคุม" 6,100 B.
- "ชุดควบคุม" 2,600 B.

1. จอดรถในที่เหมาะแก่การทำงาน
2. ดับเครื่องยนต์ใส่เบรคมือ
3. ถอด "ขั้วลบแบตเตอรี่"
4. คลายน็อตยึด"แผ่นปิดมอเตอร์แอร์" และถอดแผ่นปิดฯ ออกเก็บไว้
5. ถอด "ขั้วต่อสายไฟ" ในจุด [ A ] ซึ่งเป็นสายสัญญาณควบคุมจากชุด Air ECU ออก
6. ถอดน็อตล็อกตัว "มอเตอร์พัดลมแอร์" ในจุด [ B, B', B" ] ทั้ง 3 จุดออกและถอดตัวมอเตอร์ฯ ออกมา

- สัญญาณต่าง ๆ บน "ขั้วต่อสายไฟ"
[1] = วัดอุณหภูมิ
[2] = สาย Ground
[3] = สายสัญญาณควบคุมการทำงานของวงจร
[4] = สายไฟบวก 12V จากสวิตช์กุญแจ
- ในจุด [ C ] จะเป็นรอยใหม้ ที่เกิดจากความร้อนสะสมของตัวนำ( สายไฟ, ขั้วต่อ ) เมื่อมีกระแสไฟสูงไหลผ่าน
- ในจุด [ A, B ] เป็นร่องรอยการตัดต่อหรือแปลงระบบแอร์ในรถผมครับ

- ในจุด [ A ] เป็นร่องรอยการต่อสายไปเข้าตัว "มอเตอร์พัดลม" จะมีคราบ Oxide เกาะอยู่บนผิวของตัวนำ
ทำให้กระแสไฟฟ้าไหลได้ไม่ดี และก็จะเกิดเป็นความร้อนสะสมตามมาทำจะฉนวนหุ้มสายไฟละลาย
- ในจุด [ B ] เป็นหัวต่อสายไฟเข้า "สวิตช์ปรับความเร็ว" ก็จะเห็นร่องรอยการละลายของฉนวนหุ้มสายไฟแล้ว
- ในจุด [ C ] เป็นชุด "ตัวต้านทานชุดปรับความเร็ว" จะใช้ลวดความร้อน ( Heater ) แทนตัวต้านทาน ซึ่งเวลาใช้งานจะร้อนมาก ๆ แต่ก็จะมีตัว "Thermal Fuse" เป็นตัวป้องกันการร้อนเกินไป
- ในจุด [ D ] เป็นจุดต่อสายไฟเข้ากับชุด "มอเตอร์พัดลมแอร์" ซึ่งใช้วิธีเข้าหัวหางปลา แบบย้ำสายไฟ เท่านั้น
ไม่ได้มีการบัดกรีด้วยตะกั่ว...สังเกตเห็นว่า ผิวของตัวหางปลา จะเปลี่ยนไปเนื่องจากความร้อนสะสมที่เกิดขึ้น
รวมไปถึงฉนวนก็ละลายไปแล้วเช่นกัน
สายไฟส่วนที่มีปัญหาผมตัดต่อและเปลี่ยนใหม่บางส่วนเพิ่มเติมจากเดิม

- ในจุด [ A ] เป็น Relay ที่ผมต่อเพิ่มเติม เพื่อให้มีการปิด-เปิด พัดลมแอร์ ได้หลังจากทีมีการ ON สวิทช์กุญแจเท่านั้น
- ในจุด [ C ] เป็นตัว "Thermal Fuse" G4 Series MICROTEMP 10 amps@250VAC ( 15 amps@120VAC )
ทำหน้าที่ในการตัดวงจร ถ้าอุณหภูมิของ "ตัวต้านทานชุดปรับความเร็ว" [ B ] สูงเกินกว่าที่กำหนด ในรถผมมัน
พังไปแล้ว ( ใช้มิเตอร์ ย่านวัดความต่อเนื่องวัดแล้วต้องต่อถึงกัน ) ต้องเปลี่ยนใหม่เช่นกัน ห้ามบัดกรีด้วยหัวแร้ง ผมใช้ลูกเต๋ามาช่วยเป็นตัวยึดครับ

ใช้ไขควงแบน สอดเข้าไปในช่อง [ A ] เพื่องัดและดันให้ ลูกยางที่ใช้ในการยึดตัวมอเตอร์ หลุดออกจากล็อก
มีด้วยกัน 3 จุด พร้อมกับดึงตัว "มอเตอร์พัดลมแอร์" ออกจากโครง

7. ถอดลูกยางที่ใช้ยึดกับตัวโครง ในจุด [ B ] ซึ่ง มีอยู่ 3 ตัวออกมา
8. ถอดชุดยึดตัว "มอเตอร์พัดลมแอร์" ในจุด [ A ] ออกมาจากตัวมอเตอร์ฯ

- ในรูป [ A, A', A" ] เป็นชุดลูกยาง ที่ถอดออกมา มี 3 ตัว
- ในรูป [ B, B' ] เป็นชุดยึดตัว "มอเตอร์พัดลมแอร์" มี 2ตัว

9. ใช้ไขควงแบน งัดตัวล็อกสปริงกดแปรงถ่านออกมาในจุด [ A ] และ [ B ] แล้วเก็บไว้

10. นำตัว "มอเตอร์พัดลมแอร์" ไปร้อนซ่อมมอเตอร์ เพื่อทำการเปลี่ยน "คอมมิวเตเตอร์" ในจุด [ B ] ซึ่งในรถผมมัน
สึกหรอมากแล้ว เหลือกอีกนิดเดียวก็หมด ตามรูป [ B' ]
11. ถอดเปลี่ยนแปลงถ่าน อันใหม่แทนอันเดิมในจุด [ A ] และ [ A' ] และก็ประกอบชุดล็อกสปริงกดแปรงถ่านให้เข้า
ที่เดิม
12. ตรวจสอบความเรียบร้อย ถ้าไม่มีอะไรผิดปกติ ก็ลองจ่ายไฟ 12V เข้าที่ ขั้วบวก และ ลบของมอเตอร์ ตัวมอเตอร์
ต้องหมุนได้ตามเดิมและไม่มีเสียงผิดปกติออกมา
ผมเปลี่ยนตัวแปรงถ่านเองครับ ไม่ได้ให้ร้านซ่อมเปลี่ยนให้...เปลี่ยนคอมฯ เสร็จก็ลองกันที่ร้าน มอเตอร์ทำงานได้ตาม
ปกติ ค่อยมาเปลี่ยนแปรงถ่านทีหลังครับ

- ในรูป [ A ] จะเป็นตัวแปรงถ่านอันเดิม ที่ได้ถอดออก ปกติจะมีความยาวประมาณ 16-17 มม. ในรูปจะเหลืออยู่
ประมาณ 7-8 มม.
- ในรูป [ B ] และ [ B' ] จะเป็นแปรงถ่านอันใหม่ที่หามาใส่แทนของเดิม ซึ่งมันจะยาวกว่าที่ต้องการใช้อยู่ 8 มม.
ต้องตัดออก ผมใช้เลื่อยฉลุตัดให้ยาวพอดี แล้วขัดหน้าสัมผัสให้เรียบด้วยกระดาษทรายละเอียด

13. คลายน็อตล็อก "ชุดควบคุม" ในจุด [ A ] และ [ B ]
14. ล้างทำความสะอาด ชิ้นส่วนต่าง ๆ ให้สะอาด...ผมล้างด้วยน้ำผสมผงซักฟอก + แปรงขัด และล้างด้วยน้ำสะอาด
ตากลมให้แห้ง และพ่นสเปรย์ WD-40 บาง ๆ เคลือบอีกทีครับ

ตำแหน่งต่าง ๆ ของขั้วต่อสัญญาณ
-[ A ] ขั้วต่อ สายไฟไปเข้า "ขั้วลบ" หรือ [ -M ] ของตัว "มอเตอร์พัดลมแอร์"
-[ B ] ขัวต่อ สายไฟไปเข้า "ขั้วบวก" หรือ [ +M ] ของตัว "มอเตอร์พัดลมแอร์"
-[ C ] ขั้วต่อ สายไฟจากชุดคุม AIR ECU
( 1 ) Temp Sensor = วัดอุณหภูมิ ในขณะทำงานของชุด "ควบคุม"
( 2 ) Power Ground = กราว์ดไฟ
( 3 ) TDRV = สัญญาณควบคุมการทำงานของวงจร
( 4 ) Power Supply = ไฟเลี้ยงวงจรและไฟที่จะจ่ายให้กับตัว "มอเตอร์พัดลมแอร์"

ถ้าจะซ่อมหรือรื้อแผงวงจร "ชุดควบคุม"
15. ใช้สว่านดอกขนาด 4-6 มม. จะลงไปในจุด [ A, B ,C, D ] ลึกลงไปพอให้หัวยั้มหมุดหลุดออกมาได้
16. ใช้สว่านดอกขนาด 4-6 มม. จะลงไปในจุด [ G, H ] ลึกลงไปพอให้หัวย้ำหมุด หลุดออกมาได้ และถอด แผงวงจรออกมาได้
17. ใช้หัวแร้งและที่ดูดตะกั่ว เอาตะกั่วในจุด [ A' ] และ [ B' ] ออก เพื่อจะได้ถอดตัว ทราสซิสเตอร์ ( Transistor ) ออกมา
- ในจุด [ E ] จะเป็นชุดวัดอุณหภูมิ ไม่ต้องไปทำอะไรกับมันครับ
- ในจุด [ F ] จะเป็น Relay กระแสสูงผมไม่ได้เปลี่ยนตัวนี้ เนื่องจาก รถผมมีการแปลงระบบมาแล้ว และไม่ได้ใช้เลย
ไม่ได้ทำอะไรกับมัน ถ้าจะเปลี่ยนผมว่าก็น่าจะหาของได้ ลองดูที่ www.es.co.th

- ในจุด [ A ] จะเป็นชุดวัดอุณหภูมิ
- ในรูป [ B ] จะเป็นชุด เพาเวอร์ทราสซีสเตอร์ PNP ตัวถังแบบ TO-3 ( จานบิน ) ตรวจสอบดูว่าเสียหรือยัง หรือจะ เปลี่ยนตัวใหม่ก็ได้...ถ้าหาเบอร์ตรงไม่ได้ก็หาเบอร์ที่มีคุณสมบัติเทียบเคียงมาแทนก็ได้
.วิธีการวัดศึกษาได้จากหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ได้...ส่วนเบอร์เทียบของ ทรานซิสเตอร์ ลองหาดูในเน็ตได้ ผมไม่แน่ใจ ว่า เป็นเบอร์ MJ2955 [ VCE=60V, IC=-15A ] ( www.es.co.th ) จะใช้ได้หรือเปล่า ดูแล้ว spec.ใกล้เคียงกัน
- ตรวจสอบดู รอบบัดกรีในแผงวงจร โดยเฉพาะในจุด [ C ] ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อของ "ขั้วต่อ" จะมีการหลุดร่อนของ ตะกั่ว ก็ใช้ใช้หัวแร้งเพิ่มตะกั่วเข้าไปใหม่ก็ใช้ได้ครับ

วงจรชุดควบคุม ถ้าวิชา วิเคราะห์วงจรไฟฟ้าผมยังไม่ได้คืนอาจารย์ไป ก็จะได้ประมาณว่า
-เมื่อมีการจ่ายไฟ บวก '5 Volt' หรือ '12 Volt' ( ไม่แน่ใจว่า AIR ECU มีสัญญาณควบคุมจ่ายออกมาในระดับใหน ) มาเข้าที่ขั้วต่อ Pin 3 : TDRV ก็จะทำให้ RELAY : RY 1 = ON และ ชุด เพาเวอร์ทราสซีสเตอร์ Q4, Q5 ก็จะ OFF กระแสไฟที่ผ่าน ตัว "มอเตอร์พัดลมแอร์" ผ่านหน้า CONTACT Relay : RY1 ลงกราว์ดครบวงจร...ตัวมอเตอร์ก็จะหมุน
-เมื่อมีการจ่ายไฟ บวก '0 Volt' มาเข้าที่ขั้ต่อ Pin 3 : TDRV ก็จะทำให้ RELAY : RY 1 = OFF และ ชุด เพาเวอร์- ทราสซีสเตอร์ Q4, Q5 ก็จะ ON กระแสไฟที่ผ่าน ตัว "มอเตอร์พัดลมแอร์" ผ่าน เพาเวอร์ทรานซิสเตอร์ Q4, Q5 ลง กราว์ดครบวงจรตัวมอเตอร์ก็จะหมุน
ผมเข้าใจว่าถ้า เพาเวอร์ทรานซิสเตอร์ Q4, Q5 ถ้าทำงานต่อเนื่องนาน ๆ ก็จะมีความร้อนสะสมเกิดขึ้นจนถึงระดับหนึ่งที่ได้
ตั้งไว้ตัว AIR ECU ก็จะดัตการทำงานมาให้ Relay: RY1 ทำงานแทน และเมื่อเพาเวอร์ทรานซิสเตอร์ Q4, Q5 เย็นตัวลง ตัว
AIR ECU ก็จะส่งสัญญาณไปควบคุมให้มีการสลับการทำงานกันอีก...

เมื่อทุกอย่างถูกตรวจสอบและแก้ไขแล้ว
18. ประกอบแผงวงจรกลับเข้าที่เดิม...ในจุด [A] และ [ A'] ผมจะใช้น็อตขนาด M3 ยึดตัวเพาเวอร์ทรานซิสเตอร์ แทนหมุด
-ในจุด [ B ] ตอนถอดผมงัดเล่น ตัวกด Sensor มันเลยหัก...ผมใช้เส้นลวดรัดจากด้านบนแล้วก็บัดกรีตะกั่วยึดให้เข้าที่เหมือนเดิม

19. ประกอบชุดยึดตัว "มอเตอร์พัดลมแอร์" มี 2 ตัว เข้ากับตัว "มอเตอร์พัดลมแอร์ "
20. ประกอบชุดลูกยาง ที่ถอดออกมา มี 3 ตัว เข้ากับตัว "มอเตอร์พัดลมแอร์" ...ดูในรูป PIC#9_06 ประกอบ
21. ประกอบตัว "มอเตอร์พัดลมแอร์" เข้ากับตัวโครง โดยใช้ไขควงแบนช่วยกดตัวลูกยาง ในตำแหน่ง [ A ] ให้เข้าล็อก
22. ตรวจสอบความเรียบร้อยอีกครั้งก่อนในไปประกอบเข้ากับรถ

ตัวชุด "มอเตอร์พัดลมแอร์" ที่พร้อมจะในไปติดตั้งที่รถ
23. หลังจากติดตั้ง "มอเตอร์พัดลมแอร์" เข้ากับรถเรียบร้อยแล้ว โดยการทำย้อนกลับในข้อ 6 - 3
24. ถ้ามีไม่มีอะไรผิดพลาด ก็จะสามารถใช้งานได้ทันทีครับ ถ้ามีก็แก้ไขให้เรียบร้อย

PIC#9_19
วงจรเดิมใน Xantia 2.0i Y95 ( อ้างอิงกับของ Haynes )

PIC#9_20
วงจรที่เจ้าของรถเดิมไปแปลงมา ( ปิด-เปิด โดยตรง ) เข้าใจว่าขั้วต่อไฟที่ ชุดควบคุม ตะกั่วมันหลุดร่อน

PIC#9_21
วงจรที่ผมปรับปรุงเพิ่มเติม ( ปิด-เปิด ผ่าน Relay + Fuse 30 A เมื่อสวิตช์กุญแจอยู่ที่ ON เท่านั้น )
จากที่เวบมาสเตอร์ได้คุยกับผู้รู้ ได้ทราบว่าทรานซิสเตอร์แบบจานบิน (ตัวถังแบบนี้ว่า TO-3) ในรูป PIC#9_13 ซึ่งตรงกับ Q4 และ Q5 ในรูปที่ PIC#9_15 นั้น ถูกสั่งงานให้ทำงานแบบปิดๆเปิดๆตลอดเวลา (pulse width modulation:PWM) ซึ่งเป็นวิธีควบคุมความเร็วมอเตอร์ไฟตรงที่ดีมากอย่างหนึ่ง
ทรานซิสเตอร์ทั้งสองตัวนี้ต่อขนานกันเฉยๆเพื่อแบ่งภาระกระแสที่ผ่านตัวมัน ถ้าคุณคิดว่าทรานซิสเตอร์สองตัวนี้เสีย อาจเปลี่ยนเป็นทรานซิสเตอร์แบบ pnp ที่มีหน้าที่การใช้งานแบบ switching
ซึ่งจะทำงานแบบปิดๆเปิดๆได้รวดเร็ว และสามารถหาเทียบเบอร์ได้จากคู่มือช่างอิเลกทรอนิกส์ หรือลองคุยกับช่างวิทยุใกล้บ้านคุณ