รูปการถอดประกอบไดชาร์จในรถซองเทีย



PIC#3-00a
ภาค#3 : Overhaul Alternator Valeo .

       ผลต่อเนื่องจากภาคที่ 1... น้ำมัน LHM ที่ได้รั่วซึมออกมาจากปั้มไฮฯ ได้ไหลมา เลอะเทอะภายนอกและภายในตัว Alternator และสะสมเป็นเวลานานแล้ว รวมทั้ง ได้มีฝุ่นเกาะเป็นเวลานานแล้วทำให้ สภาพภายในเกิดเป็นครอบสิ่งสกปรกแข็งตัว- เกาะติดแน่น....ซึ่งอาจจะเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ตัว Alternator ระบายความร้อน ได้ไม่ดี และก็ด้วยอายุการใช้งาน 10 ปีหรือ 120,000 กม. ที่ผ่านมา ตัวแปรงถ่าน- ใกล้จะหมด "ลูกปืนตัวหน้า" และ "ลูกปืนตัวหลัง"เกิดอาการงอแง..จาระบีแห้งและฝืด รวมทั้งมีเสียงดัง บูชลูกปืนตัวหลังที่เป็นพลาสติกแตก ซึ่งอาจจะทำให้ตัว"ทุ่นโรเตอร์" เวลาหมุนจะไม่ได้ศูนย์เพราะตอนประกอบชิ้นส่วนกลับเข้าที่เดิมนั้น หลังจากใส่ชุด "ลูกปืนตัวหน้า" และตัว "ทุ่นโรเตอร์" เรียบร้อยแล้ว ผมยังสามารถโยกหรือบิดที่ตัว "ทุ่นโรเตอร์" ได้เล็กน้อย แต่พอประกอบ "ตัวเสื้อฯด้านหลัง" ซึ่งได้เปลี่ยนบูชของ "ลูกปืนตัวหลัง" เป็นของใหม่แล้ว จะแน่นหนาเข้าที่เข้าทางพอดี และจะโยกหรือบิด ไม่ได้เลย แต่หมุนได้คล่องมาก ๆ ...และอีกหลาย ๆ อย่าง.....นึกไม่ออก
       ข้อมูลที่ทำขึ้นก็เพื่อท่านอื่น ๆ ที่กำลังมีปัญหาหรือใกล้ถึงเวลาบำรุงรักษาฯ จะได้ ไว้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจว่าจะเข้าอู่ซ่อมหรือจะลงมือทำเอง...ถ้าเห็นว่าสามารถ ทำได้และขณะทำงาน ระมัดระวังเรื่องความปลอดภัยเป็นสำคัญ
       ในรถผม ตัว Alternator เป็นของ Valeo Model [ A13 VI 71+ ] มีตัวรักษาแรงดัน คงที่-ที่จุด Set-Point ประมาณ 14.6 Volt (ใช้วงจร ของ VL- Motorola "9RC6074) ขดลวดสเตเตอร์มีการต่อวงจรแบบ Y ( Y or Star Junction )
       เป้าหมาย...
- ถอดแยกชิ้นส่วนของ Alternator
- ทำความสะอาดชิ้นส่วน
- ตรวจสอบสภาพของชิ้นส่วน
- เปลี่ยนอะไหล่ และประกอบชิ้นส่วน
- ตรวจสอบหลังการประกอบ

ในรูปประกอบ
       [1] = Alternatr Rotor
       [2] = Alternat Stator
       [3] = Diode Plate
       [4] = Altern Regulatr
       [5] = Alterny Bearing
       [6] = Positve Terminal
ราคาอะไหล่ใหม่ ( ที่เอกชัยฯ )
1. Alternator 70 Amp 7,xxx B.
ราคาอะไหล่ Overhaul Alternator Valeo
1. ค่าลูกปืน Alternator ตัวหน้า "B17-99Dxx" 320 B. [X, Y=300B.]
2. ค่าลูกปืน Alternator ตัวหลัง "6202" RS or 2RS 120 B. [X, Y=200B.,Z=120B.]
3. ค่าบูชลูกปืน Alternator ตัวหลัง 120 B. [Y]
4. ค่าแปรงถ่าน ( 6* 7* 20 mm) + สปริง 30 B. [Y]
-[X] จักรวาลเอ็นจิเนียริ่ง ( ย่านคลองถม) 02-221-7921, 02-222-5460
-[Y] เจริญแสงมอเตอร์ ( ย่าน กล้วยน้ำไท) 02-391-1221, 02-391-0726
-[Z] เอกชัยสุขุมวิท
ค่าเครื่องมือ
1. หัวแร้ง 70W ( Soldering Iron ) 120 B.( ผมมีอยู่แล้ว )
2. มัลติมิเตอร์ ( Digital Multi-Meter) 2,500 B. ( ผมยืมที่ทำงานมาใช้ )
       ที่มาข้อมูล
- http://rammstein.dfmk.hu/~xminfo/
- http://rangerovers.net/repairdetails/electrical/boschaltrepair.htm#intro
- หนังสือ "Citroen Xantia 1993 to 1998 Haynes Service and Repair Manual"
- หนังสือ "อิเล็คทรอนิกส์ รถยนต์" โดยคุณ พงษ์ศักด์ บุญธรรมกุล
- หนังสือ "ทฤษฎีและปติบัติ ไฟฟ้ายานยนต์ " โดยคุณ ประสานพงษ์ หาเรือนชีพ
       การบันทึกภาพในที่นี่ เป็นการทำแบบ ย้อนหลัง คือ รื้อชิ้นส่วนทุกชิ้นออกมาก่อน แล้วตอนประกอบกลับจึงทำการบันทึกภาพทีละขั้นตอน ซึ่งบางภาพอาจจะแสงไม่พอ เพราะใช้เวลาตอนกลางคืน วันละนิด วันละหน่อย ค่อย ๆ ศึกษาและก็ค่อย ๆ ทำครับ



PIC#3-00b + สภาพของ Alternator ก่อนการปรับปรุง

       จากรูปจะเห็นว่ามีน้ำมัน LHM ที่ได้รั่วซึมออกมา ไหลเลอะเทอะ ชิ้นส่วนต่าง ๆ เต็มไปหมด ถ้ามองจากด้านบนจะไม่ค่อยเห็นว่ามันสกปรกมากนัก



PIC#3-01 + แยกชิ้น "ฝาครอบพลาสติก"

1. คลายน็อตที่จุด [A] และจุด [B] และที่จุด [C] ด้วยบล็อกเบอร์#8
2. ถอด "ฝาครอบพลาสติก" ด้านหลังออก และเก็บไว้กับน็อตที่ได้ถอดออกมา



PIC#3-02 + แยกชิ้นโมดูล "ตัวรักษาระดับแรงดัน"

3. คลายน็อตยึดโมดูล "ตัวรักษาระดับแรงดัน" ที่จุด [A] และจุด [B] ด้วย บล็อกเบอร์#8
4. คลายน็อตยึดโมดูล "ตัวรักษาระดับแรงดัน" ที่จุด [C] ด้วยล็อกเบอร์#7
5. ถอดต้วโมดูล "ตัวรักษาระดับแรงดัน" ออกมา...ระวังแปรงถ่านหักด้วย ค่อย ๆ ขยับ "ตัวรักษาระดับแรงดัน" = Voltage Regulator



PIC#3-03 + แยกชิ้นโมดูล "xxx"

6. คลายน็อตยึดโมดูล "xxx" ที่จุด [A] ด้วยบล็อกเบอร์#13
7. คลายน็อตยึดโมดูล "xxx" ที่จุด [B] ด้วยล็อกเบอร์#8
8. ใช้คีมตัดหรือหัวแร้งหลอมตะกั่วในจุด [C] และถอดต้วโมดูล "xxx" ออกมา
"xxx" = ผมไม่รู้ว่าคืออะไร



PIC#3-04 + แยกชิ้นโมดูล "แผงไดโอด"

       9. ใช้คีมตัดหรือมีดคัทเตอร์ ค่อย ๆ เซาะ แซ่ะ ตัด กรีด เอาส่วนที่เป็น ยางซิลิ- โคลหุ้มออกจากจุดเชื่อมต่อขดลวด ในจุด [A] ,[B], [C], [A'], [B'], [C']
       10.ใช้คีมตัดและหัวแร้งจี้ให้ตะกั่วหลอมตัวและใช้คีมตัดค่อย ๆ ตัด และงัดให้ เส้นลวดทองแดงหลุดออกจาก "แผงไดโอด" ในจุด [A], [B], [C], [A'], [B'], [C']
       11. คลายน็อตยึดโมดูล "แผงไดโอด" ที่จุด [E], [F], [G], [H] ด้วยบล็อกเบอร์#8
       12. ถอดต้วโมดูล "แผงไดโอด" ออกมา
"แผงไดโอด" = Diode Plate



PIC#3-05 + แยกชิ้น "ฉนวนพลาสติก"

       13. ถอดตัว "ฉนวนพลาสติก" ที่ครอบเส้นลวดออกในจุด [A] ,[B], [C], [A'], [B'], [C']...อาจจะใช้ห้วแร้งช่วยตกแต่งตะกั่วที่ ปลายของ เส้นลวดทองแดง ให้เล็กพอที่จะถอด "ฉนวนพลาสติก" ออกมาได้..แต่ต้องระวังเรื่องความร้อน ที่จะทำให้พลาสติกเสียหาย



PIC#3-06 + แยกชิ้น "ตัวเสื้อ Alternator ด้านหลัง"

       14. คลายน็อตยึดตัวเสื้อ Alternator ที่จุด [A] ,[B], [C] และ [D] ด้วยบล็อกเบอร์#8 และเก็บน็อตที่ถอดออกไว้
       15. ใช้ไขควงแบน ค่อยงัด แงะ ในจุด [E] ,[F], [G] และ [H] ด้านข้างของตัวน็อต แต่ล่ะตัวพร้อมทั้งยก"ตัวเสื้อฯ ด้านหลัง" ออก



PIC#3-07a + แยกชิ้น "ขดลวดสเตเตอร์"

...เนื่องจากผมต้องการถอดทุกชิ้นส่วนทุกอย่างออกมา จำเป็นที่จะต้องถอด ชุดขดลวดสเตเตอร์ออกมาด้วย ซึ่งระยะการวางของสเตเตอร์ตอนประกอบกลับ ก็อาจจะจะเคลื่อนไปจากเดิมบ้าง แต่ผมมั่นใจว่าสามารถวางในตำแหน่งเดิมได้ และไม่ไปเสียดสีกับตัว "โรเตอร์" ด้วย...จะวาดรูปลักษณะการวาง "ขดลวดสเตเตอร์" ไว้ด้วยก็ดีครับ
       16. คลายน็อตยึดตัว "ขดลวดสเตเตอร์" ที่จุด [A] ,[B], [C] และ [D] ด้วยบล็อกเบอร์#8



PIC#3-07b + แยกชิ้น "ขดลวดสเตเตอร์"

       17. ยกตัว "ขดลวดสเตเตอร์" ออกจากตัวเสื้อฯ ด้านหน้า
       18. เก็บตัว "ขดลวดสเตเตอร์" และน็อตที่ถอดออกมาให้เรียบร้อย
"ขดลวดสเตเตอร์" = Alternat Stator



PIC#3-08 + แยกชิ้น "ลูกกรอก"

       18. ยกส่วนที่เหลือไปจับยึดบนปากกาจับชิ้นงาน ที่บริเวณตัวเสื้อฯ โดยให้ด้าน "ลูกรอก" อยู่ด้านบน
       19. ใช้ประแจ L หกเหลี่ยมเบอร์#8 จับยึดที่แกนของ "โรเตอร์"
       20. ใช้ประแจแหวน เบอร์#24 คลายน็อตยึดตัว "ลูกกรอก" ออก
       21. ถอดตัว "ลูกรอก" ออกจากแกน "โรเตอร์"
       ส่วนผมใช้วิธีถอดที่ไม่ค่อยดีนัก...คือ...ใช้ปากกาจับชิ้นงาน จับยึดที่ตัว "โรเตอร์" โดยใช้ประแจ L ตัวขนาดพอประมาณที่จะสอดเข้าไปในร่องของตัว "โรเตอร์" เพื่อ ไม่ให้ตัว "โรเตอร์" หมุนตาม จากนั้นใช้ บล็อกเบอร์#24ทำการคลายน็อตยึด "ลูกรอก" ออกมาจากแกน...ได้ผลเหมือนกันแต่...เสี่ยงที่จะทำให้ตัว "โรเตอร์" บิด หรือเสียรูป หรืออาจจะไม่ได้ศูนย์
"ลูกกรอก"= Pulley



PIC#3-09 + แยกชิ้นแกน "โรเตอร์"

       22. ใส่น็อตล็อกตัว "ลูกรอก" เข้าไปที่แกน "โรเตอร์" [ A ] อีกครั้ง โดยชิ้นงานยัง ถูกจับยึดตามข้อที่ 18.
       23. ใช้ไม้หรือฆ้อนพลาสติก หรือฆ้อนเหล็กแต่ต้องมีไม้รองที่หัวน็อตก่อน ทำการตีเบา ๆ ไปที่แกน "โรเตอร์" ใช้มือพยุงตัวแกน "โรแตอร์" ด้วยก็ดี จะได้ไม่หลุดตกมากกระแทกพื้น มันจะหลุดออกมาง่ายมาก ๆ หลังจากนั้น ก็นำไปเก็บไว้ก่อน



PIC#3-10 + แยกชิ้นแกน "ลูกปืนตัวหน้า"

       24. หงายตัวเสื้อฯ ด้านหน้าขึ้น และ คลายน็อตยึดตัว "ลูกปืนตัวหน้า" ที่จุด [A] ,[B], [C] และ [D] ด้วยบล็อกเบอร์#8
       25. พลิกตัวเสื้อฯ ด้านหน้าอีกครั้ง...ใช้ลูกบล็อกตัวขนาด 20-24 mm วางลงบน ช่องว่างเหนือตัว "ลูกปืนตัวหน้า"และใช่ฆ้อนตีเบา ๆ เพื่อถอด "ลูกปืนตัวหน้า" และเก็บชิ้นส่วนให้เรียบร้อย
       ลูกปืนตัวหน้าเป็นเบอร์ B17-99DWS ของ NSK หรือที่ต้องทนร้อนและ ใช้งานรอบสูงได้



PIC#3-11 + แยกชิ้นแกน "ลูกปืนตัวหลัง"

       26. นำแกน "โรเตอร์" มาจับบนปากกาจับชิ้นงาน โดยให้ด้าน "สลิปริง" หรือด้าน ลูกปืนตัวหลังอยู่ด้านบน
       27. ทำการติดตั้งชุดถอดลูกปืน ไปยังลูกปืนตัวหลังที่แกน "โรเตอร์" และค่อย ๆ ออกแรงขันน็อตเพื่อดึงให้ "ลูกปืนตัวหลัง" ถูกดูดขึ้นและหลุดออกจากแกน "โรเตอร์"



PIC#3-12 + รูปรวมชิ้นส่วนแยกชิ้น

       ถึงตรงนี้ ส่วนประกอบของ Alternator Valeo ก็ได้แยกออกมาทุกชิ้นแล้วครับ จากนั้นก็นำไปทำความสะอาด...ผมล้างด้วยน้ำมันเบนซิล และตามด้วยน้ำเปล่า + ผงซักฟอก และล้างด้วยน้ำเปล่าอีกรอบ ตากลมให้แห้งและนำมาพ่นด้วยสเปร์ WD-40 บาง ๆ อีกทีครับ...ใช้แปรงเหล็กหรือทองเหลืองได้กับชิ้นส่วนที่เป็นโลหะ เท่านั้น ห้ามใช่กับตัวขดลวดทองแดงเด็ดขาดเพราะจะทำให้น้ำมันวานิสที่เคลือบ ผิวเส้นลวดทองแดงหลุดออกมา แล้วจะส่งผลให้มีการรั่วระหว่างขดลวดเองหรือ ขดลวดกับตัวโครงฯ ก็ได้...ให้ใช้แปรงขนอ่อน ค่อย ๆ ขัด ค่อย ๆ แปรงคราบ- สกปรกออกได้หมดหรือเหลืออยู่ในระดับที่ยอมรับได้ก็พอครับ
A= "ลูกรอก"
B= "ตัวเสื้อฯด้านหน้า"
C= "ลูกปืนตัวหน้า"
D= "แผ่นเหล็กล็อกลูกปืนตัวหน้า"
E= "สเตเตอร์"
F= "โรเตอร์"
G= "ลูกปืนตัวหลัง"
H= "ตัวเสื้อฯด้านหลัง"
I= "ไดโอด"
J= "ชุดรักษาระดับแรงดัน"
K= "ฝาครอบพลาสติก"



PIC#3-13 +ตรวจสอบ "ขดลวดบนโรเตอร์" ด้วย โอห์มมิเตอร์ ใช้แบบดิจิตอล

       28. ทำการวัดค่าความต้านทานของ ขดลวดโรเตอร์ที่ขั้ว "สลิปริง" ทั้ง 2 วงที่จุด [A] และจุด [B] โดยตั้งย่านการวัดบนมิเตอร์ไปที่การวัดค่าความต้านทาน
- ถ้ามีความต้านทาน ประมาณ 4.x โอห์ม = ถือว่า "ขดลวดบนโรเตอร์" ไม่ขาดและขั้ว "สลิปริง" ไม่สกปรก ยังใช้งานได้ดีอยู่
- ถ้ามีความต้านทานมากกว่า 4.x โอห์ม = ขั้ว "สลิปริง"สกปรก ต้อง ทำการซ่อม...(ต้องไปร้านไดร์...)
       29. ทำการวัดการรั่วของ "ขดลวดบนโรเตอร์" ปรับมิเตอร์เป็นการวัดต่อเนื่อง ( มีเสียง... ) หรือย่านวัดความต้านทาน ก็ได้ วัดระหว่างขั้ว "สลิปริง" อันใดอันหนึ่ง ในจุด [A] หรือ [B] กับตัวโครงของ "โรเตอร์" [C] ที่เป็น โลหะ ต้องอ่านเป็นอนันต์หรือความต้านทานสูงมาก ๆ หรือไม่มีเสียง จากการวัดแบบต่อเนื่อง...( ถ้าไม่ได้ตามนี้....ส่งซ่อมครับ)



PIC#3-14 +ตรวจสอบ "ขดลวดสเตเตอร์" ด้วย โอห์มมิเตอร์ ใช้แบบดิจิตอล

       30. ทำการวัดค่าความต้านทานของ "ขดลวดสเตเตอร์" ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 3 ชุด ที่คู่ [A], [A'] คู่ [B], [B'] และคู่ [C], [C'] โดยตั้งย่าน การวัดบนมิเตอร์ไป ที่การวัดค่าความต้านทาน
-คู่ [A] และ [A' ] = มีความต้านทาน ประมาณ 1.6 โอห์ม
ถือว่าขดลวดคู่นี้ไม่ขาด
-คู่ [B] และ [C' ] = มีความต้านทาน ประมาณ 1.6 โอห์ม
ถือว่าขดลวดคู่นี้ไม่ขาด
-คู่ [C] และ [C' ] = มีความต้านทาน ประมาณ 1.6 โอห์ม
ถือว่าขดลวดคู่นี้ไม่ขาด
+ ค่าความต้านทาน แต่ละคู่จะเท่ากันหรือใกล้เคียงกันมาก
( อ้างอิงกับจากในรถผมน่ะ)
+ ถ้ามีความต้านเป็นอนันต์หรือสูงมาก ๆ ๆ แสดงว่า ขดลวดขาด
...ต้องส่งร้านซ่อมครับ
       31. ทำการวัดการรั่วของ "ขดลวดสเตเตอร์" ปรับมิเตอร์เป็นการวัดต่อเนื่อง
( มีเสียง... ) หรือย่านวัดความต้านทานก็ได้ วัดระหว่างขดลวด [A] หรือ [B] หรือ [C] และขดลวดกับตัวโครงของ "สเตเตอร์" [D] ที่เป็น โลหะ ต้องอ่านเป็น อนันต์หรือความต้านทานสูงมาก ๆ หรือไม่มีเสียง จากการวัดแบบต่อเนื่อง...( ถ้าไม่ได้ตามนี้....ส่งซ่อมครับ )
- [A] --> [B] , [C], ตัวโครง [D]
- [B] --> [A] , [C], ตัวโครง [D]
- [C] --> [A] , [B], ตัวโครง [D]



PIC#3-15a +ตรวจสอบ "แผงไดโอด"

ในรูป...
- [+D] จะต่อถึง [+D2]
- [+B] จะต่อถึง [+B2]
- [ GND ] คือ Ground จะต่อถึงตัวเสื้อฯ เมื่อมีการประกอบเข้าที่แล้ว
- ในกรอบสีเหลือง จะเป็นกลุ่ม Diode ของชุด [+D, +D2]



PIC#3-15b +ตรวจสอบ "แผงไดโอด"

      ผมวาดวงจรให้ดีกว่า...ถ้าเข้าใจการทำงานของไดโอดก็จะง่ายครับ วีธีวัดก็อ่านได้จากหนังสือครับ...เอาเป็นว่าตัวที่อยู่ในรถผมยังดีอยู่ครับ



       PIC#3-16 +เปลี่ยน "ลูกปืนตัวหลัง"
...ลูกปืนเป็นเบอร์ 6202 RS หรือ 2RS ของ NTN , SKF, NSK ที่ต้องทนร้อน และใช้งานรอบสูงได้
       32. นำแกน "โรเตอร์" มาจับบนปากกาจับชิ้นงาน โดยให้ด้าน "สลิปริง" หรือด้าน ที่จะใส่ลูกปืนตัวหลังอยู่ด้านบน
       33.ทาน้ำมันหล่อลื่นบาง ๆ ที่แกน "โรเตอร์" และใส่ "ลูกปืนตัวหลัง" อันใหม่ เข้าไปและใช้ "ลูกปืนตัวหน้า" ที่ได้ถอดออกมาวางทับลงไป ในรูปจะเป็น [B] จากนั้นหา ตัวบล็อกเบอร์ ใหญ่ ๆ ที่สามารถครอบลงบนแกนของ "โรเตอร์" ได้แบบคล่อง ๆ ในรูปจะเป็น [A] จากนั้นใช้ฆ้อนไม้หรือ พลาสติกตีให้ตัวลูกปืนตัวล่างเลื่อนไปอยู่ในตำแหน่งเดิม ( ระยะ ต้อง ทำการวัดไว้ก่อนที่จะถอด "ลูกปืนตัวหลัง" )



       PIC#3-17 +เปลี่ยนบูชลูกปืนตัวหลัง
34. ประกอบตัวบูช เข้ากับตัวเสื้อฯ ด้านหลัง โดยการวางตัวบูช ให้ตรงล็อกและ ค่อยออกแรงกด จนตัวบูชเข้าอยู่ใน ตำแหน่งที่ถูกต้อง...ในรูปที่จุด [A] เป็นตำแหน่งล็อกตัวบูช
       34.1> ตัวเสื้อฯ ด้านหน้าหลังจาก การถอดบูชฯ ออกมาแล้ว
       34.2> ตัวเสื้อฯ ด้านหลังเมื่อใส่บูชฯ ตัวใหม่แล้ว
       34.3> ...
       34.4> บูช ตัวใหม่
       34.5> บูช ตัวเก่าที่ชำรุดแล้ว



PIC#3-18 +เปลี่ยนตัวแปรงถ่าน

       35. แกะเอากาวที่ทาเป็นฉนวนป้องกันออกก่อนใช้หัวแร้งขนาด 30W~70W หลอมตะกั่วที่จุด [A] หรือ [B]จุดใดจุดหนึ่งก่อน เพื่อดึงเอาตัวแปรงถ่านอัน เก่าออกมา และค่อยไปทำในจุดที่เหลือ...ระวังเรื่องสปริงมันจะดันและดีดตัว แปรงถ่านออกมาจากซอง และอาจจะมีเศษตะกั่วกระเด็นออกมาด้วย เข้าตาแล้วจะเป็นเรื่องครับ
      ในรถผมความยาวของแปรงถ่านเหลืออยู่ ประมาณ 5 มม. ใช้ได้อีกนิดก็คงจะหมดแล้ว
       36. ใช้สว่านเจาะรูขนาด 2 มม. เพื่อให้ร้อย สายถักของแปรงถ่าน ในจุด [A'] และ [B'] ...เนื่องจากผมไม่ต้องการให้ตัวอุปกรณ์ได้รับความร้อนมากเกินไป ขณะที่มีการใช้หัวแร้งแต่งให้เป็นรูตามต้องการ เลยต้องใช้วิธีเจาะรูเอาครับ
       37. นำแปรงถ่านอันใหม่ประกอบกลับเข้าไป โดยให้แปรงถ่านโผล่พ้นซองของ แปรงถ่านออกมาประมาณ 15 มม.หันทิศทางหน้าสัมผัสของแปรงถ่านกับ "สลิปริง" ให้ถูกต้องด้วย...ตัวแปรงถ่านผมต้องเอาอันเก่าไปเทียบเอาที่ร้าน ขาย หาตัวที่ขนาดใกล้เคียงกัน ทั้งชุดมีแปรงถ่าน + สปริง มาให้ด้วย แต่ตัวใหญ่กว่านิดหน่อย และยาวกว่าของเดิมด้วยสปริงของใหม่ก็จะสั้นลง ทางร้านขายแนะนำว่าให้เอาแปรงถ่านมาฝนด้วยกระดาษทรายเบอร์ละเอียด เบา ๆ เพื่อให้ได้ขนาดตามที่ต้องการ...ผมก็เลยเปลี่ยนทั้งหมดเป็นของใหม่ เพราะเนื่องด้วยแปรงถ่านอันเก่ามันสั้น ( 15 มม. ) จึงมีการชดเชยด้วยสปริง ที่ยาวขึ้น ดังนั้น เมื่อแปรงถ่านอันใหม่ยาวกว่า ( 20 มม.) สปริงจึงต้องสั้นลง



PIC#3-19 +เปลี่ยนตัวแปรงถ่าน

       ชุดแปรงถ่านที่ทำการเปลี่ยนชิ้นส่วนเรียบร้อยแล้ว [ A] จะเป็น "แปรงถ่าน" [B] จะเป็นวงแหวน "สลิปริง" ต้องใส่หน้าสัมผัสของ "แปรงถ่าน" จะให้ถูกตาม ทิศการหมุนของ "โรเตอร์"
       วิธีการทดสอบด้วยมิเตอร์ผมไม่แน่ใจก็เลยไม่ลงรายละเอียดให้ครับ แต่เอาเป็นว่า ในรถผมยังใช้งานได้อยู่



PIC#3-20 +ประกอบชิ้นส่วน ตรวบสอบและประกอบ "ไดโอด"

       ถึงจุดนี้...เมื่อหาอะไหล่ได้ครบ ก็ทำการประกอบชิ้นส่วนทุกชิ้นกลับเข้าที่แบบเดิม โดยเริ่มจากข้อ 25 ย้อนกลับไปหาข้อ 11
       38. ในการเชื่อมต่อ "ขดลวดสเตเตอร์" ผมได้ใช้ลวดทองแดงมาม้วน รัดกันระหว่าง เส้นลวดทองแดงฯ กับขาของแผงไดโอด เพื่อความแน่นหนาจนมั่นใจว่าจะไม่ หลุดขณะใช้งาน ในระยะเวลาอันใกล้ต่อในจุด [ A ] ,[ B ], [ C ], [ A' ], [ B' ], [ C' ]



PIC#3-21 +ประกอบชิ้นส่วน ตรวบสอบและประกอบ "ชุดแปรงถ่าน"

       12 ย้อนกลับไปหาข้อ 6
       39. ใช้มิเตอร์ตรวจสอบการรั่วของขดลวดต่าง ๆ กับตัวโครง และจุดขั้วต่อสายต่าง ๆ อีกครั้ง จะต้องไม่รั่ว
       40. ประกอบ "ตัวรักษาระดับแรงดัน" โดยการกดแปรงถ่านเข้าไปในซองก่อน แล้วสอดเส้นลวดเข้าไปแทรกระหว่าง ตัวแปรงถ่านกับตัว "สลิปริง" เพื่อ ป้องกันการหักของแปรงถ่าน...ตอนประกอบครับ
       41. ทดลองหมุนแกน "โรเตอร์" ต้องไม่ติดขัดอันได หรือไม่มีเสียงที่ผิดปกติ ให้ได้ยิน จึงดึงเส้นลวดออก
       42. ตรวจสอบดูที่แปรงถ่านจะต้องสัมผัสกับ "สลิปริง" ทดลองหมุนอีกครั้งถ้า ไม่มีอะไรผิดปกติก็ปิดฝาครอบแปรงถ่าน



PIC#3-22 + เก็บงาน...รอยบัดกรีด้วยฉนวน

       43. ใช้กาวทาประเก็น แบบที่เซ็ตตัวแล้วแข็งตัวแบบ นิ่น ๆ ซึ่งของผมเหลือจาก ตอนเปลี่ยนซีลฝาครอบวาล์ว ป้ายหรือทา ให้พอกทับจุด บัดกรีระหว่าง "ขดลวดสเตเตอร์" กับ "แผงไดโอด " ที่จุดเชื่อมต่อในจุด [ A ] ,[ B ], [ C ], [ A' ], [ B' ], [ C' ], [ D ], [ E ] และ [F]
       44. จากนั้นทำย้อนในข้อที่ 4 - 1
* กาวทาประเก็นต้องใช้เวลาเซ็ตตัว อย่างน้อน 1.5 - 2 ชั่วโมงจึงจะใช้งานได้ดี



PIC#3-23 + สุดท้ายของการ Overhaul...

       ถึงตรงนี้ เราก็จะได้ตัว Alternator Valeo ที่ผ่านการชุบชีวิต ( Overhaul ) ให้กลับมาใช้งานได้อีกนานหรืออีกหลายปีในราคาที่ถูกลง สำหรับผมที่มี เบี้ยน้อย หอยน้อย ๆ เอ่...ถ้านับรวมค่าใช้จ่ายค่าเครื่องมือด้วยก็จะแพงกว่า ไปร้านไดร์ฯ ทำให้อีก หึ หึ หึ...นึกปลอบใจตัวเองและกันว่าเพื่อความรู้.. .อีกแล้ว
       การสังเกตุดูการทำงานของระบบชาร์จไฟฯ บางส่วนครับ        - ถ้าเราเห็น ไฟเตือนรูปแบตเตอรี่ สว่างเมื่อกุญแจอยู่ที่ ON และเครื่องยนต์ยังไม่งาน = ขดลวด "ขดลวดที่แกนโรเตอร์" ไม่ขาด "สลิปริง" ก็ยังใช้งานได้อยู่ ( อีกนานแค่ใหนไม่รู้ )
= แปลงถ่านก็ยังใช้ได้อยู่ ส่วนจะเหลือมากน้อยก็แล้วแต่อายุการใช้งานครับ
       - ถ้าเราเห็น ไฟเตือนรูปแบตเตอรี่ ดับหลังจากเครื่องยนต์ทำงานแล้ว...อันนี้แสดงว่าง ยังมีการชาร์จเข้าแบตเตอรี่ได้ปกติ แต่แบตเตอรี่ต้องดีน่ะ และก็ไฟเตือนหลอดไม่ ขาดด้วย
       - ถ้าเราเห็น ไฟเตือนรูปแบตเตอรี่ สว่างหรือสว่างแบบหรี่ ๆ ขณะที่เครื่องยนต์ กำลังทำงานอยู่แสดงว่า ระบบการชาร์จไฟมีปัญหา เป็นได้ทั้ง
= ขดลวดที่ "สเตเตอร์" ขาด
= ไดโอดเสีย
= ชุด "รักษาระดับแรงดัน" เสีย
= แบตเตอรี่ ไม่เก็บไฟแล้ว
       ถึงตรงนี้ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด และทุกอย่างเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ก็เป็นอันเสร็จขั้นตอนครับ...เผื่อจะเป็นแนวทางสำหรับ พี่ ๆ ในชมรมฯ บ้าง และถ้าผมขาดตกบกพร่องในส่วนใด ขอให้พี่ ๆ และท่านผู้รู้ช่วยเติมเสริมแต่ง ให้กระจ่างแจ้งด้วยครับ



PIC#3-24 + เพิ่มเติม

       เครื่องมือในการถอด "ลูกปืนตัวหลัง"


Home
Last update : 12 August 2005
Very thank you for Mr.Fusion for his picture