
ใช้ LHM ผสมยี่ห้อกันได้ไหม ใช้อะไรแทนได้ไหม
น้ำมันไฮดรอลิก LHM ต่อมาจาก Liquid Hydrolylic Mineral มีสีเขียว มีกลิ่นเฉพาะตัว มีขายหลายยี่ห้อในประเทศไทย เช่น Shell Esso Total IFHS Bendix ซึ่งสามารถใส่ผสมกัน ได้ ถ้าน้ำมันไฮดรอลิกไม่มีการรั่วออกภายนอกเลย จะไม่มีการเติม (top up) เลย น้ำมันจะถูกดูดเข้าปัมพ์ ส่งออกไปดีลองเตอร์ และระบบต่างๆ จากนั้นจะไหลกลับถังพักให้ปัมพ์ดูดมาใช้ใหม่ วนเวียนแบบนี้เหมือน LHM คือเลือดและปัมพ์คือหัวใจ ที่ถังพักจะมีกรองน้ำมันไฮดรอลิก 2 ตัวคือ กรองก่อนเข้าปัมพ์ และ กรองเมื่อไหลกลับถัง
กรณีฉุกเฉิน น้ำมันไฮดรอลิกรั่ว แล้วไม่มี LHM ไม่ควรใช้น้ำมันเกียร์ออโต้ (Dextron) เพราะมีความฝืดมากเสียจนเมื่อขยี้เล่นในมือยังรู้สึกได้ จึงทำให้ลูกสูบ สไลด์วาล์ว สึกกร่อนได้อย่างรวดเร็ว น้ำมันไฮดรอสีใสๆที่ใช้ในรถดัมพ์ รถแทรกเตอร์ก็ไม่ควรใช้เช่นกัน เพราะจะทำให้ซีลยางในระบบเสียหายได้ ทางเลือกสุดท้ายเมื่อไม่มีอะไรจะเติมให้เติมน้ำมันพืชจะเลวร้ายน้อยที่สุด เมื่อถึงอู่แล้วก็ถ่ายทิ้งทั้งหมดแล้วเติมด้วย LHM
ปัจจุบัน ไม่สามารถหา LHM ยี่ห้อเชลล์ได้อีก นอกจากจะเป็นของเก่าเก็บครับ
LHM มีอายุการใช้งานเท่าไร
เจ้าของรถบางท่านไม่ได้สนใจที่จะเปลี่ยนน้ำมันไฮดรอลิกเลย จนน้ำมันไฮดรอลิกกลายเป็นสีเหลืองและมีเมือกเกาะที่กรองหนาเตอะแบบนี้ยกตัวถังได้ก็เก่งแล้วครับ ควรเปลี่ยนน้ำมัน LHM ทุกๆ 2 ปีเป็นอย่างน้อย และล้างกรองไฮดรอลิกด้วยทุกครั้ง ซึ่งท่านสามารถทำได้เองไม่ยากเลย ปริมาณที่ใช้ประมาณ 4 ลิตร
ระบบไฮดรอลิกมีการไล่ลมเพื่ออะไร
ระบบไฮดรอลิกจะมีแต่น้ำมัน ถ้ามีอากาศเข้าไปอาจทำให้เกิดอาการแปลกๆเช่น เบรกไม่อยู่ ฯลฯ การไล่ลม ทำได้ง่ายด้วยการใช้ประแจเบอร์ 12 คลายนอ็ตที่ดีลองเตอร์ (ลูกศรสีขาว) ยกเว้นการซ่อมเบรกจะต้องไล่ลมเบรกที่ล้อด้วย อย่างไรก็ตามอาจมีแกสไนโตรเจนซึมผ่านไส้ตุ้มได้บ้าง ดังนั้นแม้ไม่ได้ทำอะไรับรถเลย นานๆไปก็อาจจะมีลมเกิดในระบบได้อีก
เมื่อมีการซ่อมระบบเบรกถึงขั้นรื้อลูกสูบเบรกออกมาเพื่อเปลี่ยนซีล ฯลฯ จะต้องไล่ลมที่ล้อทั้งสี่ด้วย วิธีการไล่ลมที่ล้อคือติดเครื่องเพื่อให้มีแรงดันตามปกติ แล้วคลายน็อตไล่ลมที่เบรก แล้วกดเบรกจนมีแต่น้ำมันสะอาดๆไหลออก ทำจนครบทั้งสี่ล้อ
ทำไมต้องใช้แกสไนโตรเจนเติมตุ้ม

ถ้าจะตอบแบบกำปั้นทุบดินก็เพราะทุกอู่ใช้ไนโตรเจน เหตุผลจริงๆก็คือไนโตรเจนเป็นแกสราคาถูก เป็นแกสเฉื่อยที่ไม่ทำปฏิกิริยาเคมีให้เกิดการสึกกร่อนของโลหะ จึงเหมาะสมที่สุด ส่วนการนำแกสไนโตรเจนเติมลมยางนั้นโดยหวังผลว่าลมยางจะไม่เปลี่ยนแรงดันแม้ขับขี่มาเป็นเวลานานๆนั้น จะได้ผลตามนั้นจริงก็ต่อเมื่อาไม่มีไอน้ำ (หรือน้ำเป็นหยดๆ)อยู่ในยาง เพราะน้ำเมื่อกลายเป็นไอจะขยายตัวสูงมาก (นับพันเท่าโดยปริมาตร) จนทำให้แรงดันในยางสูงขึ้นได้เป็นอย่างมาก
เช็คระดับ LHM อย่างไร
ปรับระดับความสุงไปที่สูงสุด แล้วดูที่ถังเก็บ LHM ถ้าหมวกสีเหลืองอยู่ระหว่างวงกลมสีแดงถือว่าพอดี อย่าเติมเกินเพราะอาจจะล้นได้เมื่อรถยุบตัวถังลงระดับต่ำสุด สกปรกเลอะเทอะและสิ้นเปลืองโดยไม่จำเป็นครับ เมื่อรถยกสูงสุดน้ำมันไฮดรอลิกจะเข้าไปอยู่ในกระบอกของล้อทั้งสี่มากที่สุด ระดับที่ถังจึงลดลงมากที่สุด เมื่อใช้ความสูงระดับต่ำสุด น้ำมันไฮดรอลิกก็จะเหลืออยู่ในถังมากที่สุด คงเข้าใจแล้วนะครับว่าทำไมต้องเช็กระดับน้ำมันไฮดรอกลิกเมื่อใช้ความสูงระดับสูงสุดเท่านั้น
ตุ้มแตกหมายความว่าอย่างไร
อย่าเพิ่งคิดว่าเปลือกที่เป็นโลหะแตกออกมาเหมือนระเบิดนะครับ ผมเองก็เคยปล่อยไก่มาแล้วเพราะเข้าใจผิด เราหมายถึงยางที่อยู่ภายในตุ้มเกิดรั่ว ฉีกขาดจนไม่สามารถกั้นไนโตรเจนไว้ในลูกโป่งได้เท่านั้นเอง เมื่อตุ้มแตกที่ล้อไหนรับรองได้ว่าล้อนั้นจะแข็งกระด้างจนทนไม่ได้ทีเดียว เมื่อใดที่ช่างคอดตุ้มแล้วเห็นน้ำมันไฮดรอลิกไหลออกมาจากตุ้มเป็นจำนวนมากละก็ ตุ้มแตกแน่นอนครับ
อัดตุ้มเมื่อไร
แรงดันในตุ้มจะลดลงได้เรื่อยๆ แกสสามารถรั่วได้ที่จุกเติมที่ด้านบนของตุ้มและแกสไนโตรเจนยังสามารถซึมผ่านเนื้อยางในตุ้มได้อีกทางหนึ่งด้วย อย่าได้รอจนตุ้มแตกเพราะลูกละร่วม 3000 บาท ควรตรวจสอบแรงดันปีละครั้ง
การตรวจแรงดันที่ตุ้มสามารถทำได้โดยถอดตุ้มออกมาจากรถแล้วประกอบตุ้มเข้ากับเครื่องทดสอบแรงดัน (ไม่มีการปล่อยแกสออก)
การเติมตุ้มจะทำได้ก็ต่อเมื่อเปิดจุกปล่อยแกสเดิมออกให้หมดเสียก่อน ช่างที่ดีจะพยายามปล่อยแกสออกอย่างช้าๆเพื่อถนอมไดอะแฟรมของคุณ การเปลี่ยนแปลงแรงดันอย่างรวดเร็วระหว่างเปิดจุกอาจจะทำให้ไดอะแฟรมยางในตุ้มฉีกขาดได้ถ้าตัวไดอะแฟรมเก่ามากแล้ว ดังนั้นควรเตรียมใจเสมอทุกครั้งที่เติมตุ้มว่าอาจจะมีตุ้มแตกได้
หลังจากนั้นช่างจะนำตุ้มไปเข้าเครื่องอัดและปิดจุกที่เครื่องเติมตุ้มนั้นเลย ด้านบนสุดของตุ้มจะมีซีลยางเล็กๆ ควรเปลี่ยนซีลนี้ทุกครั้งที่อัดตุ้มเพื่อนให้แกสอยู่ได้ทนนาน
ทำไมรถแข็งกระด้างทั้งๆที่แรงดันในตุ้มลดลง มันน่าจะนุ่มนวลมากกว่า
ว่ากันในสภาะวะปกติก่อนที่ยกรถสูงสุดแล้วทำไมมันแข็ง
ที่ระดับความสูงปกติ ระบบไฮดรอลิกจะสร้างแรงดันไปอัดที่ด้านล่างของตุ้มด้วยแรงดันค่าหนึ่ง(ยังไม่มาก) ไส้ตุ้มที่ทำหน้าที่เหมือนลูกโป่งก็จะยุบตัวไปด้านบน เมื่อเพิ่มความสูงของรถไปจนถึงระดับสูงสุด แรงดันที่ด้านล่างของตุ้มก็จะสูงที่สุด ทำให้ลูกโป่ง(ไส้ตุ้ม)ในตุ้มยุบตัวขึ้นไปด้านบนมากที่สุด แรงดันในตุ้มจะเป็นค่าสูงมากกว่าเดิมมาก รถจึงแข็งกว่าระดับปกติ
ถ้าตุ้มมีแรงดันในตัวมันเองน้อยมาก แค่โดนแรงดันน้ำมันไฮดรอลิกจากระดับปกติไส้ตุ้มก็ถูกน้ำมันอัดจนยุบติดด้านบนของตุ้ม ทำให้ไม่สามารถยืดหยุ่นได้อีก จึงไม่มีความนุ่มนวลไงครับ
ตุ้มกลาง ตุ้มเบรก ตุ้มกันสะเทือน ตุ้มกันยุบ ต่างกันอย่างไร
![]() |
![]() |
ตุ้มกลาง |
ตุ้มที่ล้อ |
ตุ้มกันสะเทือน (Suspension sphere)จะมีวาล์วที่ให้น้ำมันไฮดรอลิกไหลผ่านยากๆ วาล์วตัวนี้ทำหน้าที่เหมือน Shock Absorber และแรงดันในตุ้มทำหน้าที่เหมือนสปริง
ตุ้มเบรกกับตุ้มกลางคืออะไหล่ตัวเดียวกัน ฝรั่งเขาเรียกว่า Accumulator ไม่มีวาล์วรีดน้ำมัน ทำหน้าที่สะสมแรงดันไว้เหมือนเรามีตุ่มน้ำไว้ตักใช้จนกว่าจะพร่องมากค่อยเปิดกอ๊กซะทีนึง
ตุ้มกลางราคาถูกกว่าตุ้มกันสะเทือนนิดหน่อยแต่ทำหน้าที่แทนกันไม่ได้นะครับ
ตุ้มหน้ากับตุ้มหลังก็ทำหน้าที่แทนกันไม่ได้เพราะทั้งแรงดันและขนาดของวาล์วแตกต่างกันไป
บางท่านบอกว่าใส่แทนกันได้ก็จริงอยู่เพราะเพราะเกลียวที่ตุ้มมีขนาดเท่ากัน
ตุ้มหน้าของ Xantia รุ่นที่มีกันยุบเป็นตุ้มแบบ 3ชั้น ไม่ต้องเติมแก๊สเลย เพราะไม่เคยพร่อง พร่องอีกทีก็แตกเลยครับ
ตุ้มกันยุบแก๊สก็ยุบได้เหมือนตุ้มอื่น
ตุ้มที่สำคัญมากที่สุดคือตุ้มกลาง เมื่อตุ้มกลางแตกจะทำให้ดีลองเตอร์ทำงานตัดต่อเร็วมาก หรือรักษาแรงดันไม่ได้ ในรถที่ใช้ปัมพ์ 5 สูบ เช่น Bx Cx จะได้ยินเสียงตัดต่อรัวกว่าเดิมอย่างชัดเจน ถ้าเป็น Xantia ปี 95 เป็นต้นมาอาจจะต้องใช้มือจับที่ปัมพ์เพื่อสังเกตการสั่น
ซีตรองแท้ๆต้องมีไฮดรอลิกไม่ใช่หรือ
ไม่ใช่ รถยี่ห้อซีตรองมีชื่อเสียงในระบบไฮดรอลิก นับตั้งแต่สมัยแรกๆคือ ไฮดรอนิวเมติก มาจนปัจจุบันที่เป็น ไฮแดรกทิฟรุ่นต่างๆ แต่ซีตรองหลายรุ่นก่อนที่จะมี DS ก็ไม่มีไฮดรอนิวเมติก ในปัจจุบัน Xrasa ก็สร้างชื่อเสียงให้ซีตรองในโลกแรลลี่ด้วย ถ้าคุณสนใจรุ่นที่ไม่มีไฮดรอลิก เช่น AZ ZX Berlingo หรือแม้กระทั่ง C3 ก็ไม่ต้องกลัวเพื่อนล้อเลยครับ
ที่เรียกว่า ดีลองเตอร์คืออะไร
ดีลองเตอร์ ก็คือตัวควบคุมแรงดันน้ำมันไฮดรอลิกให้คงที่ (จริงๆไม่คงที่แต่เปลี่ยนแปลงในช่วงที่ไม่มากมายและไม่ต่ำจนเกิดอันตราย)
ควรตรวจสอบแรงดันคัทอิน และ คัทเอาท์ที่ดีลองเตอร์ และแรงดันในตุ้มกลางก่อนเสมอก่อนที่จะสรุปว่ามีอุปกรณ์อื่นๆเสียหาย
เมื่อดีลองเตอร์รักษาแรงดันไม่ได้ตามสเปคของโรงงาน อาจจะซ่อมแซมและปรับแต่งได้โดยการรองแหวนที่สปริงคัทอินและที่สปริงคัทเอาท์
ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนใหม่เสมอไป แต่ควรให้ช่างผู้ชำนาญจัดการให้มากกว่าจะทำเอง
|
|
|
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
| การทำงานโดยอาศัย Slide valve ภายใน | ภาพตัดขวางของวาล์วแยกจ่าย |
ฝากเพิ่มเติม สำหรับผู้ขับรถซีตรองรุ่นที่มีกันยุบ โปรดทราบว่าเมื่อไฟ STOP ติดขึ้นมาแล้วนั้น ระบบเบรกของท่านกำลังจะไม่ทำงานแล้วท่านควรจะหยุดรถโดยเร็วและเตรียมใช้เบรกมือถ้าจำเป็น เพราะท่านจะไม่สังเกตได้ว่าตัวรถเตี้ยลงมาแบบรถซีตรองรุ่นก่อนๆ
Last update : 1 August 2006